.

รีไฟแนนซ์ที่ไหนดี? ซีไอเอ็มบี ไทย ชวนทำหนี้เก่าให้เบาลง ทั้งหนี้บ้าน หนี้บัตรเครดิต ถ้าจะรีไฟแนนซ์คิดถึง CIMB Thai



ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ปลุกลูกค้าขึ้นมาฟิตสุขภาพการเงิน ทำหนี้เก่าให้เบาลง ทั้งหนี้บ้าน หนี้บัตรเครดิต ตั้งเป้าเป็นแบงก์แรกที่ลูกค้านึกถึง เมื่อนึกถึงรีไฟแนนซ์

รีไฟแนนซ์สินเชื่อบัตรเครดิต, รีไฟแนนซ์สินเชื่อบุคคล

น.ส.อรอนงค์ อุดมก้านตรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผลิตภัณฑ์สินเชื่อรายย่อย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่าธนาคารต้องการกระตุ้นลูกค้าให้ลุกขึ้นมาบริหารหนี้อย่างมีประสิทธิภาพหรือเป็นหนี้อย่างฉลาด หนึ่งในทางเลือกที่ง่าย และทำได้ทันทีสำหรับลูกค้า คือการรีไฟแนนซ์ลูกค้าเพียงใช้เวลามองหาสินเชื่อโปรแกรมใหม่ที่มีดอกเบี้ยถูกกว่า ระยะเวลาผ่อนชำระนานขึ้น หรือดอกเบี้ยถูกกว่า ขณะที่ระยะเวลาผ่อนเท่าเดิม เพียงเท่านี้ ลูกค้าจะมีอิสระมากขึ้นจากภาระต่อเดือนที่บีบคั้น ทั้งนี้ การรีไฟแนนซ์ไม่จำเป็นต้องย้ายธนาคารเท่านั้น ลองศึกษาโปรแกรมสินเชื่อใหม่ๆจากธนาคารเดิมก่อน หากไม่ถูกใจค่อยย้ายไปใช้ธนาคารที่ยินดีเสนอทางเลือกที่ดีที่สุด

เปรียบเทียบ แล้วเลือกโปรแกรมช่วยลดภาระ ไม่ว่าจะผ่อนค่างวดด้วยดอกเบี้ยถูกลง จำนวนปีเท่าเดิม หรือจะผ่อนเท่าเดิม ด้วยจำนวนปีลดลง หรือเลือกผ่อนมากขึ้น เพื่อให้ปิดหนี้ไวขึ้น ทั้งนี้การรีไฟแนนซ์ไม่จำเป็นต้องย้ายธนาคารเท่านั้น ลองศึกษาโปรแกรมสินเชื่อใหม่ๆจากธนาคารเดิมก่อน หากไม่ถูกใจค่อยย้ายไปใช้ธนาคารที่ยินดีเสนอทางเลือกที่ดีที่สุด

ที่ผ่านมาธนาคารทยอยออกสินเชื่อรีไฟแนนซ์เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าแต่ละเซกเมนท์ ครบทั้งรีไฟแนนซ์สินเชื่อบ้าน สินเชื่อบัตรเครดิต สินเชื่อเอนกประสงค์ (สินเชื่อบ้านแลกเงิน) ฯลฯ ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้าแต่ละเซกเมนท์ หรือ เรียกได้ว่าถูกสุดเป็นอันดับต้นๆ ของตลาด ถึงตอนนี้ธนาคารพร้อมแล้วที่จะก้าวเป็นธนาคารแรกที่ลูกค้าคิดถึง เมื่อนึกถึงคำว่า “รีไฟแนนซ์”

น.ส.อรอนงค์ กล่าวว่า คนใช้บัตรเครดิตจำนวนไม่น้อยที่ชำระแบบผ่อนขั้นต่ำ 10% ผ่อนไปเรื่อยๆ โดยไม่รู้ตัวว่ากำลังเป็นหนี้อยู่ ธนาคารจึงเสนอสินเชื่อรีไฟแนนซ์ ดอกเบี้ยเริ่มต้น 9% ต่อปี เป็นทางเลือกในการผ่อนชำระด้วยสินเชื่อบุคคลแบบมีระยะเวลาที่จะชำระหนี้สิ้นสุดได้ชัดเจนและเพื่อดอกเบี้ยที่ถูกกว่าดอกเบี้ยบัตรเครดิตปัจจุบันที่ 18% ต่อปี

นอกจากนี้ ธนาคารพบว่ามีลูกค้าอีกจำนวนมาก ที่รูดบัตรเครดิตใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็นรวมเป็นเงินก้อนใหญ่ต้องการสินเชื่อบุคคลที่ผ่อนชำระในระยะเวลาไม่เกิน 2 ปีเพื่อไปชำระหนี้บัตรแต่สินเชื่อบุคคลส่วนใหญ่ในตลาดอัตราดอกเบี้ยแพงกว่าอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตดังนั้น เพื่อเป็นส่งเสริมและทางเลือกให้กับผู้มีวินัยการเงินที่ดีธนาคารกำลังจะออกสินเชื่อรีไฟแนนซ์ใหม่ ดอกเบี้ย 11.73% ต่อปี ผ่อนนาน 15 เดือน และดอกเบี้ย 11.84% ต่อปี ผ่อนนาน 24 เดือนสำหรับลูกค้าประจำที่มีรายได้ 30,000 บาทขึ้นไป

เหมาะสำหรับผู้ใช้บัตรเครดิตมากว่า 2 ปีต้องการสินเชื่อบุคคลเพื่อปิดภาระหนี้บัตรฯ หรือหนี้อื่นๆด้วยดอกเบี้ยต่ำลง ผ่อนต่อเดือนน้อยลง ระยะเวลาผ่อนยาว มีกำหนดระยะเวลาที่ลูกค้าจะหมดหนี้อย่างชัดเจน และยังสะดวกเพราะใช้เอกสารประกอบการสมัครน้อยกว่าโปรแกรมปกติ เพราะใช้เพียงสลิปเงินเดือน และสำเนาบัตรประชาชนในการสมัคร

รีไฟแนนซ์ สินเชื่อบัตร

“จะผ่อนบัตรเครดิตไปทำไม ในเมื่อมีสินเชื่อที่ดอกเบี้ยถูกกว่าเยอะ เราอยากให้ลูกค้าตั้งคำถามและสำรวจหนี้ทั้งหมดที่มี วางแผน จัดระเบียบใหม่ ยกตัวอย่าง ลูกค้ามีหนี้คงค้างในบัตรเครดิต 1 แสนบาท ดอกเบี้ย 18% ผ่อนชำระงวดละ 10,000 บาทต่อเดือน หากรีไฟแนนซ์หนี้บัตรมาใช้โปรแกรมสินเชื่อบุคคลดอกเบี้ย 11.73% นาน 15 เดือน ค่างวดจะลดเหลือ 7,200 บาทต่อเดือน หากเลือกผ่อน 24 เดือน จะจ่ายค่างวดเพียงเดือนละ 4,700 บาท ประหยัดทั้งค่างวด และประหยัดต้นทุนดอกเบี้ยได้” น.ส.อรอนงค์ กล่าว

ตัวอย่างเปรียบเทียบกรณีภาระบัตรเครดิต 100,000 บาท เมื่อรีไฟแนนซ์ไปผ่อนกับสินเชื่อบุคคลเพอร์ซันแนลแคช
ตารางเปรียบเทียบ รีไฟแนนซ์

ขณะเดียวกัน ธนาคารออกผลิตภัณฑ์ใหม่ สินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านแลกเงินดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก 5.55% สำหรับผู้มีสินเชื่อบ้านแลกเงินกับผู้ให้บริการรายอื่นที่ปัจจุบันลูกค้าต้องจ่ายอัตราดอกเบี้ยแพงกว่า 7% ขึ้นไป และต้องการรีไฟแนนซ์เพื่อประหยัดดอกเบี้ย

“ถามว่า ทำไมเราถึงสามารถเสนอโปรแกรมรีไฟแนนซ์ดีๆ ให้ลูกค้าได้ เป็นเพราะเราพยายามจัดเซกเมนท์ลูกค้า แล้วใช้ risk base pricing ไม่คิดดอกเบี้ยแบบเหมาเข่ง แต่ทำให้ลูกค้าได้รับดอกเบี้ยที่เหมาะสม ลูกค้าที่ดีไม่จำเป็นต้องแบกรับดอกเบี้ยแพงๆ จากลูกค้ากลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงอีกต่อไป เมื่อเดินยุทธศาสตร์นี้มาได้ระยะหนึ่งแบงก์จึงทำให้ลูกค้าเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำได้ ดีกับทั้งผู้บริโภคและเศรษฐกิจ ช่วงนี้คนรัดเข็มขัด ระวังใช้จ่าย เพราะไม่มั่นใจ แต่ถ้าธนาคารช่วยให้ลูกค้าประหยัดต้นทุนโดยที่แบงก์เองก็อยู่ได้ด้วย จะทำให้คนมีเงินในกระเป๋าเพิ่มขึ้น ก่อให้เกิดการใช้จ่ายมากขึ้น และส่งผลให้มีเงินหมุนเวียนในระบบ ดีกับเศรษฐกิจโดยรวม” น.ส.อรอนงค์ กล่าว    

   
Like & Share This :

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.