.

เงินออมเผื่อกรณีฉุกเฉิน ควรมีเก็บขั้นต่ำเท่าไหร่ดี จึงพอจะอุ่นใจได้



เคยมีช่วงเวลาที่ต้องใช้เงินแบบฉุกเฉิน แต่มีเงินเหลือไม่พอใช้บ้างไหมครับ? สาเหตุนี้น่าจะเกิดจากการไม่มีเงินออม หรือไม่ก็บริหารจัดการเงินได้ไม่ดีพอ และไม่เพียงพอสำหรับการรองรับค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นแบบปัจจุบันทันด่วน

เงินออมเผื่อกรณีฉุกเฉิน

เหตุการฉุกเฉินที่เราต้องใช้เงินแบบกะทันหัน เช่น

ป่วยหรือได้รับอุบัติเหตุ : อาจจะเกิดกับเรา หรือกับคนที่เรารัก ถึงแม้ว่าเราจะเป็นผู้ประกันตนของประกันสังคม แต่ถ้าเราไม่สามารถเข้ารับการรักษา ในโรงพยาบาล ตามบัตรรับรองสิทธิฯ เราก็ต้องสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาลไปก่อน แล้วค่อยเบิกเงินคืนในภายหลัง
โทรศัพท์หาย หรือถูกขโมย : ถ้าโทรศัพท์มือถือที่เราใช้อยู่หายหรือถูกขโมย ด้วยความคุ้นเคย เราก็มักจะซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่ ที่มีสเปค หรือราคาในระดับใกล้เคียงกับเครื่องเดิม
ของใช้ประจำชำรุด : ของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวันหรือของใช้ภายในบ้าน บางทีค่าซ่อมแซมก็อาจจะสูงพอๆ กับการซื้อของใช้ชิ้นใหม่ ซึ่งแน่นอนคุณคงต้องเลือกซื้อของใช้ชิ้นใหม่ดีกว่า
ถูกย้ายให้ไปทำงานที่ต่างจังหวัด หรือเปลี่ยนงานใหม่ : ถ้าที่ทำงานใหม่อยู่ห่างจากที่อยู่อาศัยเดิม ก็จะมีค่าใช้จ่ายตามมาอีกไม่น้อย เช่น ค่าขนย้าย ค่ามัดจำที่พัก ค่าเช่า ค่าซื้อเฟอร์นิเจอร์ ค่าซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น
ตกงาน หรือลาออกจากงาน โดยที่ยังไม่ได้งานใหม่ : เมื่อไม่มีรายได้หลักจากงานประจำ และถ้าไม่มีรายได้จากช่องทางอื่นๆ รองรับ คุณจำเป็นต้องมีเงินเก็บสำรองไว้ใช้จ่ายจนกว่าจะหางานใหม่ได้

เมื่อเกิดสถานการณ์ ตามที่ยกตัวอย่างข้างต้น แต่ไม่มีเงินเก็บสำรอง เชื่อว่าหลายๆ ท่าน อาจจะแก้ปัญหาโดยการใช้เงินกู้ยืม จากแหล่งต่างๆ เช่น บัตรเครดิต, บัตรกดเงินสด หรือยืมจากเพื่อนๆ หรือญาติๆ แต่อย่างที่เราทราบกันดีว่า “อานณฺยปรมา ลาภา” (อา นัน ยะ ปะระมา ลาภา) การไม่มีหนี้ เป็นลาภอันประเสริฐ” ดังนั้น การเก็บออมเงินเพื่อสำรองไว้ใช้จ่ายยามฉุกเฉินจึงเป็นการเตรียมพร้อมที่ดีกว่านะครับ

เงินออมเผื่อกรณีฉุกเฉิน

พระเอกตัวจริงของเหตุการฉุกเฉินข้างต้น น่าจะเป็น “เงินออมเผื่อกรณีฉุกเฉิน” แล้วเราควรมีไว้ขั้นต่ำเท่าไหร่ดีถึงเรียกว่าปลอดภัย สำหรับผู้ที่เริ่มต้นทำงานใหม่ หรือคนโสด อนันต์มันนี่ ขอแนะนำให้ตั้งเป้าหมายเป็น 2 ขั้นตอนดังนี้

ขั้นแรก เราควรมีเงินเก็บสำรองไว้ใช้ยามฉุกเฉิน อย่างน้อยๆที่สุด ไม่น้อยกว่า 3 เท่า ของค่าใช้จ่ายประจำต่อเดือน พูดง่ายๆ ก็คือ มีเงินออมพออยู่ได้ 3 เดือน แม้ไม่มีรายได้เข้ามานั่นเอง

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเรามีรายได้ 18,000 บาท และมีค่าใช้จ่ายประจำ รวมทั้งภาระผ่อนสินเชื่อต่างๆ 16,000 บาทต่อเดือน เราควรมีเงินเก็บสำรองฉุกเฉินไว้อย่างน้อยประมาณ 48,000 บาท เป็นต้น

ขั้นที่สอง และสำหรับผู้ที่มีครอบครัวแล้ว หรือผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไป ควรมีเงินเก็บสำรองไว้ใช้ยามฉุกเฉินไม่น้อยกว่า 6 เท่า ของค่าใช้จ่ายประจำต่อเดือน แต่ถ้าเราสามารถเก็บเงินสำรองไว้ได้มากกว่านี้ก็จะยิ่งดี เพราะเมื่อถึงเวลาฉุกเฉินจริงๆ จะทำให้เรามีสติในการแก้ปัญหาได้ดีกว่า และไม่ต้องกังวลว่าจะหาเงินมาจากไหน เราก็จะคิดอะไรได้สบายขึ้นครับ อุ่นใจกว่ากันเยอะเลย

เก็บเงินออมเผื่อกรณีฉุกเฉิน อย่างไรดี?

การออมเงินไว้ใช้จ่ายยามฉุกเฉิน ควรคำนึงถึงเรื่อง “สภาพคล่อง” เป็นสำคัญ และสามารถนำมาใช้ได้ภายใน 1 วัน หรืออย่างช้าไม่เกิน 2 วัน ดังนั้นเงินก้อนนี้จึงควรเก็บไว้ใน บัญชีออมทรัพย์ หรือบัญชีฝากไม่ประจำ หรือกองทุนตลาดเงิน ตราสารหนี้ ซึ่งถึงแม้ว่าผลตอบแทนจะไม่สูงนัก แต่มีความเสี่ยงต่ำ และมีสภาพคล่อง ถอนมาใช้ได้อย่างรวดเร็วเมื่อถึงคราวที่จำเป็น

การเก็บออมเงินเผื่อไว้ใช้กรณีฉุกเฉิน ถึงแม้จะยังไม่ใช่การออมเงินเพื่อความมั่งคั่ง แต่ก็ถือว่าเป็นการสร้างความมั่นคง ความปลอดภัย ความอุ่นใจ ในการดำเนินชีวิตของเรา ดังนั้นอย่าละเลย “จุดเริ่มต้น” ที่สำคัญนี้นะครับ

   
Like & Share This :

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *