[สินเชื่อบ้านQ1-57]กู้ซื้อบ้าน ธ.อาคารสงเคราะห์ จัดสินเชื่อบ้าน ดอกเบี้ยต่ำเริ่มที่ 3.75% ต่อปี

[สินเชื่อบ้านQ1-57]กู้ซื้อบ้าน ธ.อาคารสงเคราะห์ จัดสินเชื่อบ้าน ดอกเบี้ยต่ำเริ่มที่ 3.75% ต่อปี

สินเชื่อบ้าน อาคารสงเคราะห์ 2557ธอส. รุกสินเชื่อบ้าน ครบวงจรสร้างโอกาสให้คนไทยมีที่อยู่อาศัย เสนอแพ็คเกจสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำ เริ่มที่ 3.75% ต่อปี

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ต้อนรับศักราชใหม่ พร้อมรุกสินเชื่อบ้านครบวงจร ตอกย้ำผู้นำ สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย สานต่อพันธกิจหลักในการสร้างโอกาสให้คนไทยมีบ้าน จัดทำแพ็คเกจ สินเชื่อบ้านอัตราดอกเบี้ยพิเศษ สำหรับไตรมาส 1 ปี 2557 เสนอดอกเบี้ยปีแรก 3.75% ต่อปี

นางอังคณา ปิลันธน์โอวาท ไชยมนัส กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ปี 2557 นี้ ธนาคารได้กำหนดเป้าสินเชื่อจำนวน 130,000 ล้านบาท โดยยังคงมุ่งเน้นสร้างโอกาสให้คนไทย โดยเฉพาะกลุ่มรายได้น้อยเข้าถึงแหล่งเงินกู้ที่อยู่อาศัยอัตราดอกเบี้ยต่ำ สำหรับไตรมาสแรกธนาคารได้ เตรียมวงเงินสินเชื่อ 40,000 ล้านบาท จัดทำแพ็คเกจ “สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษ ไตรมาส 1 ปี 2557″

โดยแพ็คเกจที่ 1 : สินเชื่อบ้านสำหรับกลุ่มลูกค้าบุคลากรภาครัฐ /กลุ่มสวัสดิการไม่มีเงินฝาก / กลุ่มพนักงาน ส่วนท้องถิ่นหักเงินเดือน / กลุ่มลูกค้ารายย่อยโครงการจัดสรรพันธมิตรธนาคาร
ธอส. เสนออัตราดอกเบี้ยปีแรก 3.75% ต่อปี ปีที่ 2 อัตราดอกเบี้ย 4.75% ต่อปี ปีที่ 3 จนถึงตลอดอายุสัญญา กรณีรายย่อยสวัสดิการ อัตรา ดอกเบี้ยเท่ากับ MRR-1.00% ต่อปี ลูกค้ารายย่อยทั่วไปอัตราดอกเบี้ยเท่ากับ MRR-0.50% ต่อปี กรณีกู้ ชำระหนี้ หรือซื้ออุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกฯ คิดอัตราดอกเบี้ยเท่ากับ MRR (ปัจจุบัน MRR ธอส. เท่ากับ 6.975%) วงเงินรวม 30,000 ล้านบาทดอกเบี้ยบ้าน ข้าราชการ

แพ็คเกจที่ 2 : สินเชื่อบ้านสำหรับลูกค้ารายย่อย
ธอส. เสนออัตราดอกเบี้ยปีที่ 1 เท่ากับ 3.75% ต่อปี ปีที่ 2 อัตราดอกเบี้ย 4.975% ต่อปี ปีที่ 3 จนถึงตลอดอายุสัญญา กรณีรายย่อยสวัสดิการ อัตราดอกเบี้ยเท่ากับ MRR-1.00% ต่อปี และลูกค้ารายย่อยทั่วไปอัตราดอกเบี้ย MRR-0.50% ต่อปี วงเงินรวม 10,000 ล้านบาทดอกเบี้ยบ้าน ธอส. 2557
“มั่นใจว่า สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษ ไตรมาส 1 ปี 2557 จะเป็นที่นิยมของลูกค้า โดยธนาคารพร้อม ให้บริการสินเชื่อแก่ประชาชน ปี 2557 เป็นเงินกว่า 130,000 ล้านบาท เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่ของธนาคารเป็นผู้ ที่มีรายได้น้อยถึงปานกลางที่มีความต้องการที่อยู่อาศัยจริง และในปีนี้ธนาคารได้ขยายสาขาในภูมิภาคเพิ่มขึ้น อีกเพื่อรองรับความต้องการที่อยู่อาศัยในต่างจังหวัดที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นมาก” นางอังคณา กล่าว

แฟนๆ อนันต์มันนี่ ที่สนใจและกำลังอยากซื้อบ้าน อยากขอสินเชื่อบ้านในปี 2557 นี้ ข้อเสนอแพ็คเกจสินเชื่อบ้านของธอส. ก็น่าสนใจ สามารถยื่นคำขอกู้ได้ตั้งแต่บัดนี้ ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2557 และต้องทำนิติกรรมให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 เมษายน 2557 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธอส.ทุกสาขาทั่วประเทศหรือที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ (Call Center) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ โทร 0-2645-9000 หรือ www.ghbank.co.th

***สามารถสอบถามความเป็นไปได้ของการขอสินเชื่อ วงเงินสินเชื่อ ค่างวดผ่อนบ้าน กับ อนันต์มันนี่ ก่อนก็ได้นะจ๊ะ เพียงแจ้งวงเงินกู้บ้าน อายุ รายได้ ภาระผ่อนที่มี ประวัติเครดิตที่ผ่านมา อนันต์มันนี่ยินดีให้คำปรึกษาจ๊ะ***

ขอบคุณข้อมูล และภาพประกอบจาก ธนาคารอาคารสงเคราะห์

315 Comments

  1. Ari says:

    สอบถามนะคะ
    ต้องการซื้อบ้านมือสอง ผู้ขายเคยประเมินจากธนาคารได้ 2.5ล้าน
    ดิฉันฐานเงินเดือน 38000+ค่าเดิอนทาง3000 ต่อเดือน ค่าใช้จ่ายมีค่าบ้านหลังปัจจุบัน(กู้เดี่ยว)10600
    ค่าผ่อนรถ12200 ประกันชีวิต 2700 แฟน ฐานเงินเดือน 19000 ไม่มีภาระผ่อนใดๆ (ให้แฟนเป็นผู้กู้เหลัก) จะสามารถกู้ได้เท่าไหร่คะ
    อยากกู้ภายในปีนี้อยากจะสมัครใช้ดอกเบี้ยพิเศษ ตามด้านล่างนี้ได้หรือไม่คะ

    2. สินเชื่อ ธอส. มีบ้าน มีสุข 2
    สำหรับลูกค้ากู้ซื้อบ้านใหม่ บ้านมือสอง ปลูกสร้าง ต่อเติม ซ่อมแซม และซื้อบ้านพร้อมอุปกรณ์ รับอัตราดอกเบี้ยคงที่ 2 ปีแรก 3.5% ปีที่ 3 เป็นต้นไปตลอดอายุสัญญา MRR-0.5% ลูกค้าสวัสดิการ MRR-1% โดยต้องขอกู้และทำสัญญาภายในวันที่ 24 กันยายน-30 ธันวาคม 2557 รวมวงเงินสินเชื่อ 5 พันล้านบาท รวมวงเงินสินเชื่อ 5 พันล้านบาท

    • AnanMoney says:

      1.ขอสอบถาม ราคา ที่ตกลงซื้อขาย อยู่ที่เท่าไหร่ครับ
      2.ขอทราบ อายุ ของทั้ง 2 ท่านด้วยครับ
      *วงเงิน ของโครงการสินเชื่อ ตามรายละเอียดข้างต้น มีจำนวนจำกัด ไม่แน่ใจเหมือนกันนะครับว่าวงเงินเต็มแล้วหรือยัง และในส่วนของ ดอกเบี้ย จะไม่ตายตัวครับ ซึ่งก็อาจจะเปลี่ยนแปลงได้ เพราะลูกค้าแต่ละท่านจะมีความเสี่ยงแตกต่างกัน โดยเค้าคงจะพิจารณาข้อมูล ฐานะการเงิน รายได้ รายไดสุทธิ ภาระ ประวัติเครดิตของผู้กู้ ประกอบๆกันด้วยหนะครับ

      • Ari says:

        อายุ 28 ทั้งสองคนค่ะ ราคาซื้อขาย 2100000 ค่ะ สามารถกู้ได้มากว่านี้เพื่อตกแต่งเพิ่มเติมได้หรือไม่คะ

        • AnanMoney says:

          +จากอายุที่แจ้ง ปกติจะผ่อนได้ 30 ปี
          +ถ้าวงเงิน 2.10 ลบ . ผ่อน 30 ปี ลองคิดที่ดอกเบี้ยเผื่อๆไว้ที่ 7% ต่อปี ค่างวดจะประมาณ 14,2xx + – ต่อเดือน
          +กรณีคิดเฉพาะเงินเดือน 38,000 + 19,000 = 57,000 หักภาระผ่อน (10,600 + 12,200) จะเหลือกำลังผ่อนเบื้องต้น ราวๆ 34,xxx หักกันไว้อีกราวๆ 18,000 เพื่อเป็น คชจ.ส่วนตัว กินอยู่ ของทั้ง 2 ท่าน ก็จะยังเหลือเงินราวๆ 16,xxx ซึ่งจะเหลือพอผ่อนค่างวดประมาณ 13,xxx – 14,xxx ได้ ถ้าไม่ติดเรื่องประวัติเครดิต สินเชื่อก็พอมีโอกาสผ่านอยู่ครับ
          **ค่างวดรถ ถ้าเหลือผ่อนไม่เกิน 1 – 2 ปี หลังจากหมดค่างวด กำลังผ่อน รายได้จะเหลืออีกเยอะ โอกาสผ่านก็ยิ่งจะมีมากขึ้นครับ
          **กู้เพิ่มเติมเพื่อตกแต่ง หลังใหม่ ที่จะซื้ออาจจะไม่ได้นะครับ แต่ถ้าบ้านหลังแรกที่ผ่อนอยู่ ผ่อนมาแล้วเกิน 3 ปี ถ้าประวัติดี หลายๆธนาคาร จะมีวงเงินเพิ่มให้ อีกหน่อยนะครับ อาจจะเอาวงเงินที่ได้เพิ่มจากบ้านหลังเก่า มาตกแต่งหลังใหม่ ครับ (ธอส. มีนะครับ สินเชื่อลักษณะนี้ ถ้าหลังเดิมผ่อนกํบ ธอส. เกิน 3 ปีแล้ว น่าจะได้) ยังไงก็ต้องลองสอบถามกับ ธนาคารเดิมที่ผ่อนอยู่นะครับ

  2. aey says:

    รบกวนสอบถามคะ ข้าราชการส่วนท้องถิ่น มีธนาคารไหนบ้างปล่อยกู้ซื้อบ้านบ้าง ทั้งเอกชนและรัฐบาล

    • AnanMoney says:

      **ทุกธนาคารปล่อยสินเชื่อบ้าน อยู่แล้วครับ แต่ทั้งนี้ความเป็นไปได้ และโอกาสที่สินเชื่อจะผ่านหรือใหม่นั้นจะขึ้นอยู่กับ งานที่ทำ/รายได้/รายได้สุทธิ/ภาระผ่อนที่มี/ประวัติเครดิต ฯ ของผู้กู้ เป็นสำคัญครับ
      **สามารถสอบถามความเป็นไปได้ของการขอสินเชื่อ วงเงินสินเชื่อ ค่างวดผ่อนบ้าน กับ อนันต์มันนี่ ก่อนก็ได้ครับเพียงแจ้งวงเงินกู้บ้าน อายุ รายได้ ภาระผ่อนที่มี ประวัติเครดิตที่ผ่านมา (ขอสอบถามเพิ่มเติม เรื่องตำแหน่งงาน กับหน่วยงานที่ทำงานอยู่ ได้มั้ยครับ)

  3. ปิยวรรณ says:

    ในกรณีที่จะปลูกสร้างบ้าน บริษัทประเมิน ไปประเมินที่ดินแล้ว ได้ 7 ล. แต่ดิฉันจะปลูกสรา้งบ้านในที่ ราคา 2,900,000 บาท แต่จะกู้เงินกับ ธนาคาร 2,000,0000 บาท จึง ขอเรียนสอบถามว่า ธนาคารจะเริ่มจ่ายเงินให้กับเราตอนไหน และทำไม ธนาคารจึงบอกเราว่า เราต้องสำรองเงินไปก่อน 20% คืองานก่อสร้าง ต้องได้ 20% ธนาคารจึงจะสามารถเบิกเงินให้กับเราได้ คือดิฉันยังไม่เข้าใจเท่าไหร่ค่ะ ช่วยอธิบายนิดนึง

    • AnanMoney says:

      +กรณีเบิกเงินค่าก่อสร้างบ้าน ตามที่แจ้ง ถือว่าเป็นเรื่องปกติครับ ทุกๆที่ก็กำหนดไว้ประมาณนี้ครับ
      *กรณีกู้เพื่อสร้างบ้าน จะค่อนข้างยุ่งนิดนึงครับ ไม่เหมือนกรณีซื้อบ้านจัดสรร ซึ่งในกรณีกู้เพื่อสร้างฯ ธนาคารจะไม่ให้เงินเราทีเดียวในวันที่ทำสัญญา&วันจำนอง หนะครับ โดยเค้าจะกำหนดให้เบิกเงินกู้ ตามความคืบหน้าในการก่อสร้างบ้านครับ จึงจำเป็นที่ผู้ขอกู้เพื่อสร้างบ้าน จะต้องมีส่วนทุนตัวเองบางส่วนอยู่ก่อนแล้ว เพื่อใช้ในการจ้างช่าง และซื้อวัสดุมาก่อสร้างบ้านไปก่อน แล้วค่อยเบิกเงินกู้จากธนาคาร เป็นคราวๆไปครับ
      *การเบิกจ่ายเงินกู้แต่ละครั้ง เราก็แจ้งให้ธนาคารทราบว่าจะขอเบิกเงินกู้ ธนาคารก็จะแจ้งให้ ผู้ประเมินราคา ไปประเมินราคามูลค่างานก่อนสร้าง ก่อนทุกครั้งครับ ซึ่งการประเมินราคาแต่ละครั้งก็จะมีค่าใช้จ่าย ค่าประเมิน ครับ ดังนั้นก่อนจะขอเบิกเงินกู้แต่ละครั้ง งานก็สร้างต้องมีความคืบหน้า แล้วเสร็จไปเป็นส่วนๆครับ เช่น
      1.ถมดิน ลงเสาเข็ม เทคาน หล่อเสา ขึ้นโครงหลังคา เทพื้น แล้วเสร็จ ค่อยเริ่มเบิกเงินกู้ครั้งที่ 1
      2.ก่อผนังห้อง มุงหลังคา ใส่หน้าต่าง ประตู ฝ้าเพดาน แล้วเสร็จ ค่อยเบิกเงินกู้ครั้งที่ 2
      3.ปูกระเบื้อง วางสายไฟ ระบบไฟ ทาสี ทำรั้วกำแพงบ้าน ฯลฯ ทุกอย่างแล้วเสร็จ ค่อยเบิกเงินกู้ครั้งสุดท้าย
      คร่าวๆประมาณนี้ครับ จะได้ไม่ต้อง เสียค่าประเมิน หลายรอบครับ

  4. สุภาวดี says:

    ต้องการกู้ร่วมกับแฟนซื้อบ้านราคา 2.3 ลบ.ค่ะ ทำงานอยู่บริษัทเดียวกันและมีสวัสดิการของ ธอส.ทั้งคู่
    ส่วนตัวอายุ 25 ปี เงินเดือน 17,850 มีภาระผ่อนรถเดือนละ 6,000 บาท ค่าประกันสังคม 750 บาทค่ะ = รายได้สุทธิ 11,100 บาท
    ส่วนแฟนอายุ 36 ปีค่ะ เงินเดือน 23,830 บาท ผ่อนรถเดือนละ 7,800 บาท ค่าคอนโด 6,500 บาท และค่าประกันสังคม 750 บาท = รายได้สุทธิ 8,780 บาท (ในเดือน พ.ย. 57 จะหมดภาระในส่วนของค่าคอนโด 6,500 บาท และได้ปรับฐานเงินเดือนเป็น 25,830 บาท)
    ** แต่ตอนนี้ได้ทำการยื่นกู้ซื้อบ้านตามรายได้และรายจ่ายของปัจจุบัน = รายได้ ณ ตอนนี้รวม 2 คน เท่ากับ19,880 บาท กู้ซื้อบ้านราคา 2.3 ลบ. ไม่ทราบว่าจะสามารถกู้ผ่านไม๊คะ ?
    ** ที่ต้องยื่นกู้ในรายได้และรายจ่ายปัจจุบันเนื่องจากตอนนี้บ้านมีโปรโมชั่นส่วนลดและเหลือหลังสุดท้ายแล้วค่ะ ไม่ทราบว่าทาง ธอส. จะมีทางช่วยเหลือได้อย่างไรบ้างถ้าเกิดกรณีกู้ไม่ผ่านค่ะ

    ขอบคุณล่วงหน้านะคะ

    • AnanMoney says:

      **จากอายุที่แจ้ง อิงจากผู้กู้ที่อายุน้อยกว่า จะผ่อนได้ 30 ปี
      **ถ้าวงเงิน 2.3 ลบ. ผ่อน 30 ปี คิดเผื่อๆที่ดอกเบี้ย 7% ต่อปี ค่างวดจะประมาณ 15,xxx + – ต่อเดือน จากรายได้สุทธิหลักหักภาระต่างๆ เหลือ 19,xxx เกรงว่าภาระจะหนักไป ถ้าตามนี้ โอกาสผ่าน อาจจะน้อยนะครับผม
      **ถ้าไม่มีภาระ คอนโด+งวดรถ 2 คัน ไม่น่ามีปัญหาครับ
      **ถ้าจะซื้อบ้าน ราคาประมาณนี้ และกู้ร่วมกัน เวลาที่เหมาะที่สุด คือหลังจากหมดภาระคอนโด และหมดค่างวดรถ อย่างน้อย 1 คันก่อนหนะครับ
      **ถึงแม้ที่ทำงานจะมีสวัสดิการกับ ธอส. แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ธอส. เค้าคงจะพิจารณาจากกำลังผ่อน ของผู้กู้ เป็นสำคัญครับ

  5. เบน says:

    ดิฉันอายุ24ปีทำงานโรงแรม เงินเดือน10450+seviceประมาณเดือนละ12000++ ตอนนี้ผ่อนค่างวดรถเดือนละ10000บาท อยากจะกู้เงินต่อเติมบ้าน5-6แสนบาท ผ่อนชำระ 30ปี สามารถยื่นกู้ได้มั้ยคะ ส่วนสามีเงินเดือน45000 แต่วงเงินเต็มสามารถค้ำให้ได้มั้ย

    • AnanMoney says:

      +จากอายุที่แจ้ง ปกติจะสามารถผ่อนได้นาน 30 ปี ครับ แต่ถ้าวงเงินไม่มาก ธนาคารอาจจะให้ผ่อนได้ที่ราวๆ 15-20 ปีครับ
      +ปกติรายได้ ประเภทโอที +ค่าคอม + service ธนาคารจะไม่นำมาคำนวณทั้งหมด แต่จะใช้วิธีถัวเฉลี่ย หรือนำมาคิดประมาณ 50% เนื่องจากเป็นรายได้ไม่แน่นอน ดังนั้นรายได้เฉลี่ยๆ ที่ธนาคารจะนำมาคิดน่าจะราวๆ 10,460 + 6,000 = 16,xxx
      +แต่เนื่องจากมีค่างวดรถสูง 10,000 จะเหลือกำลังผ่อนแบบเฉลี่ยๆ 16,xxx – 10,000 = 6,xxx + – ซึ่งส่วนที่เหลือนี้ก็ต้องกันไว้เป็นค่าใช้จ่าย กินอยู่ ในแต่ละเดือนด้วย ถึงแม้วงเงิน 5 – 6แสน ค่างวดจะไม่เยอะมากนัก แต่จากที่ประเมินเบื้องต้น เกรงว่าโอกาสผ่านจะน้อยครับ เนื่องจากติดที่ค่างวดรถสูง ครับ
      *** แนะนำว่าถ้าจะกู้สินเชื่อบ้าน ควรให้หมดค่างวดรถก่อนนะครับ ระหว่างนี้ก็พยายาม ผ่อนค่างวดรถให้ตรงกำหนด ไม่ค้าง ไม่ช้า เพื่อให้ประวัติเครดิตดี หมดค่างวดรถเมื่อไหร่ค่อยกู้สินเชื่อบ้านครับ ***

  6. Nuch says:

    ทั้งสองห้องรวมเงินดาวน์10งวดจะเป็นเงิน64200บาท ค่ะ ตอนนี้อายุ37 ปีคะ เป็นพนักงานบริษัทเอกชน อายุงาน11ปีค่ะ

    • AnanMoney says:

      +จากอายุที่แจ้ง ขอปัดเศษเริ่มนับที่อายุ 38 ปี จะผ่อนได้ 22 ปี
      +ราคารวม 1,740,000 หักเงินดาวน์ 64,200 จะเหลือเป็นยอดที่ต้องกู้ 1,675,800 ถ้าผ่อน 22 ปี ลองคิดที่ดอกเบี้ยเผื่อๆไว้ที่ 7% ต่อปี ค่างวดจะราวๆ 12,500 – 13,000 + – ต่อเดือน
      +จากรายได้ที่แจ้ง และไม่มีภาระผ่อนอะไร และจากค่างวดที่ประเมินได้เบื้องต้น น่าจะผ่อนได้สบายๆ ถ้าไม่ติดเรื่องประวัติเครดิต สินเชื่อไม่น่ามีปัญหานะครับ

  7. Nuch says:

    เงินเดือน27,800บาท ต้องการจะซื้อทาวน์เฮ้าส์ชั้นเดียว2ห้องติดกันราคาห้องละ870,000บาทX2=1,740,000 ตอนนี้ผ่อนดาวน์มาแล้ว7งวด งวดละ3,210บาทx2 ไม่มีภาระหนี้สินใดๆ ไม่ทราบว่าจะกู้ผ่านมั้ยค่ะ

  8. จินี says:

    อายุ 29 ปี เพิ่งบรรจุเป็นข้าราชการ เงินเดือน+โอที 30,000 บาท ต้องการกู้ ธอส 1.6 ล้าน กู้เต็มได้มั้ย ถ้าไม่ได้วงเงินเท่าไหร่ แล้วค่าโอนค่าประกันเท่าไหร่ค่ะ รวมกับยอดกู้ได้มั้ย ผ่อนเดือนเท่าไหร่ค่ะ มีภาระผ่อนรถเดือน 5,600 บาท เหลืออีก 3 ปีค่ะ

    • AnanMoney says:

      *ขอทราบเฉพาะ ฐานเงินเดือน ด้วยหนะครับ

      • จินี says:

        ฐานเงินเดือน 15000 เสี่ยงภัย 2500 ใบประกอบ 1000

      • AnanMoney says:

        +ปกติสินเชื่อบ้าน (ซื้อบ้านใหม่/บ้านมือสอง/สร้างบ้าน) ธนาคารไม่ได้ให้วงเงินเต็ม 100% หนะครับ
        +ผู้ขอสินเชื่อบ้าน ควรมีเงินส่วนทุน ตัวเอง บ้างครับ อย่างน้อยซัก 5-10% ขอราคาบ้านที่จะซื้อ เพื่อใช้เป็นค่าทำสัญญาซื้อขาย / จองซื้อ / ค่าประเมินหลักประกัน / ค่าธรรมเนียมเงินกู้ / ค่าจำนองฯ /ค่าเบี้ยประกันภัยตัวบ้าน ซึ่งส่วนนี้ต้องจ่ายต่างหาก ไม่สามารถรวมกับยอดเงินกู้ หนะครับ ส่วนค่าเบี้ยประกันชีวิต คุ้มครองเงินกู้ ส่วนนี้อาจจะกู้และผ่อนกับธนาคารได้ครับ
        +จากอายุที่แจ้ง จะผ่อนได้ 30 ปี ถ้าวงเงิน 1.6 ลบ. ลองคิดที่ดอกเบี้ยเผื่อๆไว้ที่ 7% ต่อปี ค่างวดจะประมาณ 10,800 – 11,000 + – ต่อเดือน
        +จากรายได้ที่แจ้ง รวม 30,000 ถ้าได้ถัวเฉลี่ยรวมประมาณนี้ตลอด เมื่อหักภาระค่างวดรถแล้วก็ยังเหลือราวๆ 24,xxx + – น่าจะพอผ่อนค่างวดบ้านได้ (ถ้าไม่มีภาระอะไรอย่างอื่นอีกนะครับ) และถ้าที่ผ่านมาไม่ติดเรื่องประวัติเครดิต สินเชื่อพอมีโอกาสผ่านครับ

  9. อามีนะห์ says:

    อายุ 26 ปี ทำงาน รพ.ศูนย์ แห่ง1 ตำแหน่งลูกจ้างชั่วคราว ทำงาน 3 ปีกว่าแล้ว เงินเดือน+โอที 27000 บาท ต้องการกู้ ธอส 1.58 ผ่อน 30 ปี กู้เต็มได้มั้ย ถ้าไม่ได้วงเงินเท่าไหร่ แล้วค่าโอนค่าประกันเท่าไหร่ค่ะ รวมกับยอดกู้ได้มั้ย แล้วผ่อนเดือนเท่าไหร่

    • AnanMoney says:

      ไม่ทราบว่าตอนนี้มีภาระผ่อนอะไรมั้ยครับ ถ้ามี มียอดผ่อนต่อเดือนเท่าไหร่ครับ

      • อามีนะห์ says:

        ตอนแรกคิดว่าไม่มีภาระใด แต่พอนึกดีๆภาระเริ่มมาแล้วค่ะ =.,= มีจ่ายประกันรายเดือน 813 บาท และ KTB leasing 967 บาทค่ะ
        ลืมบอกค่ะ ไม่มีภาระใด มีแต่ค้างบัตรกดเงินสด อีก3000 แต่จะปิดยอดก่อนยื่นกู้ค่ะ

        • AnanMoney says:

          “ค้างบัตร….” หมายถึงค้างค่างวด จ่ายไม่ตรงตามกำหนด หรือเปล่าครับ
          หรือจะสื่อว่า “ยังมีสินเชื่อบัตรที่ยังผ่อนไม่หมด ที่ผ่านมาจ่ายตรงกำหนด แต่เหลือยอดหนี้ 3,000 ”
          **2 ประโยคนี้ ความหมาย และผลของมัน ต่างกันเยอะมาก หนะครับ**
          **และขอทราบ เฉพาะฐานเงินเดือน ได้มั้ยครับ

          • อามีนะห์ says:

            ยอดเหลือ3000 ยังผ่อนไม่หมดแต่ผ่อนตรงเวลาค่ะ ฐานเงินดือน 12625 ที่เหลือเป็น OT ค่ะ OT จะได้ 15000-17000 ต่อดือน

          • AnanMoney says:

            +จากอายุที่แจ้ง จะผ่อนได้ 30 ปี ถ้าวงเงิน 1.58 ลบ. คิดที่ดอกเบี้ยเผื่อๆไว้ที่ 7% ต่อปี ค่างวดประมาณ 10,800 + – ต่อเดือน
            +จากรายได้ที่แจ้ง รวม 27,000 (ถ้าได้ถัวเฉลี่ยรวมประมาณนี้ตลอด) และไม่มีภาระอะไรหนักๆ กว่านี้อีกน่าจะพอผ่อนค่างวดบ้านได้สบายๆ และถ้าที่ผ่านมาไม่ติดเรื่องประวัติเครดิต สินเชื่อก็มีโอกาสผ่านครับ
            +แต่ทั้งนี้ ปกติสินเชื่อบ้าน (ซื้อบ้านใหม่/บ้านมือสอง/สร้างบ้าน) ธนาคารไม่ได้ให้วงเงินเต็ม 100% ดังนั้นผู้ขอสินเชื่อบ้าน ควรมีเงินส่วนทุน ตัวเอง บ้างครับ อย่างน้อยซัก 5-10% ขอราคาบ้านที่จะซื้อ เพื่อใช้เป็นค่าทำสัญญาซื้อขาย / จองซื้อ / ค่าประเมินหลักประกัน / ค่าธรรมเนียมเงินกู้ / ค่าจำนองฯ /ค่าเบี้ยประกันภัยตัวบ้าน ซึ่งส่วนนี้ต้องจ่ายต่างหาก ไม่สามารถรวมกับยอดเงินกู้ หนะครับ ส่วนค่าเบี้ยประกันชีวิต คุ้มครองเงินกู้ ส่วนนี้อาจจะกู้และผ่อนกับธนาคารได้ครับ

          • อามีนะห์ says:

            ขอบคุณมากๆค่ะ

          • AnanMoney says:

            ด้วยความยินดีครับ

  10. KOB says:

    จะกู้ซื้อบ้านราคา 1.3 ล้าน กุ้ร่วมกับแฟนค่ะ เราเป็นข้าราชการเงินเดือน 17940 หักค่าใช้จ่าย เหลือสุทธิ 9000 แฟนทำงานบริษัทเงินเดือน 12000 ไม่ทีค่าใช้จ่าย ไม่ทราบว่าจะกู้ผ่านมั้ยคะ แล้วผ่อนเดือนละเท่าไรคะ ขอบคุณค่ะ

    • AnanMoney says:

      ขอทราบอายุ ของทั้ง 2 ท่านด้วยครับ

      • KOB says:

        เราอายุ 28 แฟนอายุ 31 ค่ะ

      • AnanMoney says:

        ขออภัยครับ ลืมถาม งงๆ กับ “เงินเดือน 17940 หักค่าใช้จ่าย เหลือสุทธิ 9000″
        1.หมายถึงว่า เงินเดือน 17,940 หัก ภาระต่างๆ และในสลิป เหลือรับ 9,000 โดยยังไม่ได้หัก คชจ.กินอยู่ ในแต่ละเดือน หรือเปล่าครับ
        2.หรือหมายถึงว่า รายได้ เงินเดือน 17,940 หักทุกอย่างในสลิป แล้ว และหัก ค่าใช้จ่ายส่วนตัว กินอยู่ ในแต่ละเดือน แล้วเหลือ 9,000
        *ขอสอบถามเพื่อความชัวร์ของข้อมุล เพราะ 2 ข้อนี้มีผลต่างกันเยอะครับ*

        • KOB says:

          แบบข้อ 1 ค่ะ หักในสบิป เหลือ 9000

        • AnanMoney says:

          ค่างวดบ้าน :
          +ถ้ากู้ร่วมก็ขออ้างอิงจากอายุผู้ที่อายุน้อยกว่า จะผ่อนได้ 30 ปี
          +ถ้าวงเงิน 1.3 ลบ. ผ่อน 30 ปี ลองคิดที่ดอกเบี้ยเผื่อๆไว้ที่ 7% ต่อปี ค่างวดจะราวๆ 8,8xx – 9,0xx + – ต่อเดือน
          —————-
          กำลังผ่อน
          +กรณีกู้ร่วม ขอสมมติว่า แต่ละท่านออกเงินช่วยกันผ่อน
          +รายได้แฟน หัก คชจ. ส่วนตัว กินอยู่ ในแต่ละเดือน อย่างน้อยๆ 5-7 พันบาท จะเหลือพอผ่อนบ้านราวๆ 5xxx – 6,xxx บาท
          +รายได้คุณ KOB สุทธิแจ้ง 9,000 หักกันไว้เป็น คชจ.ส่วนตัวอย่างน้อย 5-6 พัน จะเหลือพอผ่อนบ้านราวๆ 3,xxx – 4,xxx บาท
          +จากค่างวด บ้านที่ประเมินได้ราวๆ 8,8xx – 9 พัน ต่อเดือน และจากกำลังผ่อนที่เหลืออยู่ของ ทั้ง 2 ท่าน พอรองรับค่างวดได้ครับ (แต่อาจจะตึงๆหน่อยนะครับ)
          +ถ้าไม่ติดเรื่องประวัติเครดิต และไม่มีภาระอะไรอย่างอื่น สินเชื่อพอมีโอกาสผ่านครับ แต่อาจจะไม่ได้วงเงินเต็มตามที่ต้องการครับ
          +แต่ก็ควรเตรียมเงินไว้ซัก 5-10% ของราคาบ้านด้วยนะครับ เพื่อเป็นเงินมัดจำหรือทำสัญญา/ ค่าประเมินหลักประกัน /ค่าธรรมเนียมเงินกู้ และเงินดาวน์บ้างบางส่วน ครับ

  11. Yim says:

    ขอสอบถามค่ะ เงินเดือน 18,000 บาท มีหนี้บัตรกดเงินสด 23,000 บาท ผ่อนเดือนละ 1,100 ไม่มีเงินเก็บ อายุ 27 ปี ตอนนี้อยากได้บ้าน หรือคอนโดน่ะค่ะ อยากทราบว่าจะกู้ได้ประมาณเท่าไหร่คะ รบกวนด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

    • AnanMoney says:

      +จากรายได้ที่แจ้งหักภาระสินเชื่อตามที่ระบุ จะเหลือสุทธิราว 16,xxx ส่วนนี้ต้องกันไว้เป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัว ในแต่ละเดือนอย่างน้อยที่สุด ประมาณ 7 พัน/เดือน จะเหลือกำลังเงินไว้ผ่อนบ้านราวๆ 8,xxx – 9,xxx + – ต่อเดือน
      +จากกำลังผ่อนข้างต้น ถ้าผ่อน 30 ปี ลองคิดที่ดอกเบี้ยเผื่อๆไว้ที่ 7% ต่อปี วงเงินที่พอเป็นไปได้ และเหมาะสมกับกำลังผ่อนที่เหลืออยู่ จะประมาณ 1.1 – 1.35 ลบ. ค่างวดราวๆ 8,xxx – 9,2xx + – ต่อเดือนครับ
      ——————-
      +ถ้าต้องการได้วงเงินเพิ่มกว่านี้ จำเป็นต้องมีแฟน แล้วหละครับ เพื่อกู้บ้านร่วมกัน ถ้าแฟน มีรายได้พอๆกันกับเรา ไม่มีภาระอะไรหนักๆ ประวัติเครดิตดี ช่วยกันผ่อน กำลังผ่อนต่อเดือนน่าจะเพิ่มเป็นราวๆ 15,xxx – 16,xxx ต่อเดือน วงเงินก็น่าจะเพิ่มได้ถึง 2.3 ลบ. ผ่อน 30 ปี ค่างวดราวๆ 15,7xx + – ต่อเดือน
      ——————-
      +ตามปกติ น้อยมากนะครับ ที่ธนาคารจะให้วงเงินเต็ม 100% ของราคาบ้าน หรือราคาคอนโด เราจำเป็นต้องมีเงินซักก้อนครับ อย่างน้อย 5-10% ของราคาบ้านหรือคอนโด เพื่อใช้เป็นเงินดาวน์ และเงินมัดจำ/ทำสัญญา ครับ

  12. Amp says:

    สวัสดีค่ะ อยากรบกวนสอบถาม ว่า base saraly 18700บาท +OT+OTHER ต่อเดือนรับประมาณ 21000 ต้องการกู้คนเดียวเพื่อปลูกบ้านบนที่ดินของตัวเอง จะกู้ได้ประมาณเท่าไรค่ะ หรือต้องเอาที่ดินเข้า BANK เพื่อทำการกู้ด้วยหรือเปล่าค่ะ ตอนนี้อายุ 29 ปี ช่วยแนะนำธนาคารที่น่าสนใจด้วยค่ะ

    • AnanMoney says:

      +กรณีกู้เพื่อสร้างบ้าน ต้องเอาที่ดิน + บ้าน(ที่จะสร้าง) จำนองเป็นหลักประกัน เงินกู้กับธนาคารครับ
      ***ขอทราบภาระผ่อนที่มีตอนนี้ได้มั้ยครับ***
      ———————————–
      +แนะนำขอสินเชื่อกับธนาคาร ที่เงินเดือนเราผ่านบัญชี หนะครับ (ถ้าเงินเดือนผ่านเข้าบัญชี) น่าจะสะดวกที่สุด หรือไม่ก็ ธ.อาคารสงเคราะห์ / กรุงไทย / ไทยพาณิชย์ / (แล้วแต่เราสะดวกครับ)
      ———————————–
      +กรณีกู้เพื่อสร้างบ้าน จะค่อนข้างยุ่งนิดนึงครับ ไม่เหมือนกรณีซื้อบ้านจัดสรร อีกทั้งกรณีกู้เพื่อสร้างที่พักอาศัย ธนาคารจะไม่ให้เงินเราทีเดียวในวันที่ทำสัญญา และจำนอง หนะครับ ส่วนใหญ่แล้วจะกำหนดให้เบิกเงินกู้ ตามความคืบหน้าในการก่อสร้างบ้านครับ จึงจำเป็นที่ผู้ขอกู้เพื่อสร้างที่พักอาศัย จะต้องมีส่วนทุนตัวเองบางส่วนแล้ว เพื่อใช้ในการจ้างช่าง และซื้อวัสดุมาก่อสร้างบ้านไปก่อน แล้วค่อยเบิกเงินกู้จากธนาคาร เป็นคราวๆไปครับ
      +กรณีกู้สร้างบ้าน ผู้กู้ควรจะต้องมีส่วนทุน เงินทุนของตัวเองบางส่วนอย่างน้อย 10-20% ของมูลค่าก่อสร้างบ้าน ครับ ที่เหลือ 80-90% ค่อยกู้จากธนาคาร
      ………………………………………
      +กรณีต้องการขอสินเชื่อ เพือสร้างบ้าน/ที่พักอาศัยบนที่ดิน ของตัวเองที่มีอยู่แล้ว จะมีขั้นตอน และเอกสารที่เพิ่มขึ้น มากกว่าการขอสินเชื่อเพื่อซื้อบ้าน/ที่พักอาศัย ที่สร้างเสร็จแล้ว หนะครับ ดังนี้
      1.มีแบบแปลน ของบ้านที่จะสร้าง รวมถึงใบประมาณการค่าก่อสร้าง
      2.มีโฉนด (ควรจะต้องเป็นโฉนด ครับ ถ้าเป็น น.ส.3 หรือ น.ส.3ก. หรืออย่างอื่น เกรงว่าธนาคารอาจะไม่รับ)
      *โฉนดที่ดินที่จะสร้างบ้าน ควรจะต้องเป็นกรรมสิทธิ์ ของผู้กู้ครับ ถ้าเป็นของคุ่สมรสก็ต้องกู้ร่วมกันครับ*
      *ตอนยื่นเรื่อง ให้สำเนาด้านหน้าและหนัง ของโฉนด และให้ จนท.ธนาคารดูฉบับจริงก็พอครับ โฉนดตัวจริงค่อยให้ธนาคาร ในวันจำนอง ครับ
      3.ต้องมีใบขออนุญาตปลูกสร้าง
      *ขออนุญาต จาก อบต. หรือ เทศบาล หรือ สนง.เขต ที่ที่ดินที่จะสร้างบ้านตั้งอยู่
      4.มีสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างบ้าน/ที่พักอาศัย (ถ้ามี)
      ** ข้อ 1 / 2 / 3 จำเป็นต้องมี ส่วนข้อ 4 ถ้ามีก็จะดีมาก เอกสารเหล่านี้จำเป็นต้องใช้ในการให้ธนาคารหรือบริษัทประเมิน ประเมินมูลค่า ที่ดิน(เปล่า) + ประเมินมูลค่าตัวบ้าน (ประเมินจากข้อ 1 และ 4) ครับ เพื่อจะได้ทราบว่า ที่ดิน รวมกับบ้าน เมื่อสร้างเสร็จ 100% จะมีมูลค่าเท่าไหร่ ซึ่งพนง.ธนาคารจะได้นำไปพิจารณาเรื่องสินเชือ รวมถึงกำหนดวงเงิน ต่อไปหนะครับ
      ……………………………………..

      • Amp says:

        1-มีภาระผ่อนรถยนต์ คันแรก(แต่ไม่ได้ผ่อนเอง แค่ใช้ชื่อ เราซื้อ )ผ่อนเดือนละ 7580 บาท ค่าสินเชื่อธนาคาร เดือนละ 2500 บาท
        2-มีรายได้อื่นๆจากการให้เช่าบ้านเข้าบัญชีเดือน ละ 4000 บาท มีสัญาการเช่าบ้าน ถือเป็นรายได้เพิ่มเติมไหมค่ะ
        3-เงินเดือนผ่านเข้าบัญชีจะเป็นของไทยพาณิชย์ค่ะ เห็นทางเวปแนะนำตอนนี้ของกรุงไทย ปล่อยสินเชื่้อเปอร์เซ็นต์สูง จริงหรือเปล่าค่ะ
        4-ในส่วนของที่ดิน ต้องทำการถมที่ดินทิ้งไว้ก่อนกี่เดือน เกี่ยวไหมค่ะพอดีเพื่อนแนะนำมาว่าต้องถมที่ดิน ก่อน 3-6 เดือนเพราะธนาคาร จะดูว่าเริ่มก่อสร้างได้

        • AnanMoney says:

          1 : กรณีเรากู้สินเชื่อ แทนคนอื่น (เราไม่ได้ผ่อนเอง) แต่ในความเป็นจริงเราเป็นคู่สัญญา ครับ ซึ่งทางธนาคารจะนับภาระนั้น เป็นของเราด้วย ครับ เพราะเค้าต้องคิดเผื่อกรณีคนที่ผ่อนจริงๆ ถ้าเค้าผ่อนไม่ได้ สุดท้ายแล้วภาระหนี้นั้นๆ ก็คงไม่พ้นความรับผิดชอบของเราซึ่งอยู่ในฐานะคู่สัญญาเงินกู้นั้น ครับ ภาระค่างวดรถ 7,580 นั้นจะทำให้กำลังผ่อนเราเหมือนจะลดลง ในมุมมองของคนวิเคราะห์สินเชื่อครับ
          …………………………………………………………..
          ***สินเชื่อรถยนต์ ที่กุ้แทนคนอื่น ถ้าเค้าผ่อนไม่ตรง และค้างค่างวด เราจะโดนเต็มๆครับ ประวัติเครดิต เราจจะเสียได้นะครับ ต้องกำชับคนผ่อนด้วยนะครับ
          ***คิดกรณี รายได้หลัก ประมาณ 20,000 + รายได้ค่าเช่า 4,000 ก็น่าจะราวๆ 24,xxx + –
          ***หักภาระ (ธนาคารจะเห็น จากการตรวจเครดิตบูโร) = 7,580, + 2,500 + อื่นๆถ้ามีอีก = 10,xxx + –
          ***จะเหลือรายได้ประมาณ 24,xxx – 10,xxx = 14,xxx
          ***ถ้าหัก คชจ.ส่วนตัว กินอยู่ รายเดือน ก็จะดูเหมือนว่า มีกำลังเหลือพอผ่อนได้ราวๆ 7-9 พันบาท / เดือน ครับ
          ***จากอายุ ที่แจ้ง สามารถผ่อนได้ 30 ปี ถ้าดูจากการวิเคราะหฺ์ข้างต้น กำลังผ่อน ราวๆ 7-9 พันบาท/เดือน คิดเผื่อๆที่ดอกเบี้ยราวๆ 7% ต่อปี วงเงินที่พอเป็นไปได้ น่าจะราวๆ 1.3 ลบ + – ครับ ค่างวด 9 พัน + –
          ***ติดที่ค่างวดรถครับ ถ้าไม่มีชื่อเป็นคนกู้สินเชื่อรถยนต์ ให้คนอื่น ธนาคารจะเห็นว่ากำลังผ่อนเราเหลือเยอะ วงเงินที่จะได้ก็จะเยอะตามไปด้วย ซึ่งถ้าปิดงวดรถแล้ว และไม่มีภาระอะไรอย่างอื่นอีก กำลังผ่อนน่าจะเหลือราวๆ 12,000 – 14,000 ซึ่งวงเงินก็อาจจะได้ถึง 2 ลบ. ครับ ค่างวดราวๆ 13,xxx + –
          …………………………………………………………..
          2 : นับครับ ถ้ามีเอกสาร (สัญญาเช่า + บัญชีที่ใช้รับค่าเช่า) ก็ควรแนบเอกสารเหล่านี้พร้อมๆกับ สลิปเงินเดือน+บุคแบงค์ที่เงินเดือนเข้า ครับ
          3 : แนะนำสอบถามกับ 2-3 ธนาคาร เพื่อเปรียบเทียบข้อเสนอ เรื่องดอกเบี้ย ก่อนตัดสินใจครับ เรื่องวงเงิน ทุกๆธนาคารคงจะดูที่ แบบ/มูลค่าก่อสร้าง/กำลังผ่อน ของผู้เป็นสำคัญครับ ซึ่งก็คงไม่ได้ถึง 100% แน่ๆครับ ปกติเต็มที่ก็ราวๆ 80-90% ของมูลค่าก่อสร้าง (แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินกำลังผ่อน) ครับ
          4 : ควรถมให้เรียบร้อย ให้พร้อมสำหรับการเริ่มสร้าง ซึ่งก็คงจะต้องถมก่อนสร้างราวๆ 3-6 เดือน (เพื่อให้ดินแน่น) ครับ

          • Amp says:

            **บริษัทประเมิน ประเมินมูลค่า ที่ดิน(เปล่า) + ประเมินมูลค่าตัวบ้าน
            จากที่สอบถามราคาประเมิณที่ดิน 2 งานของตนเอง กรมที่ดินได้มาประเมิณประมาณ 1.5ลบ.+อยากปลูกบ้าน ราคา ประมาณ 2.5ลบ.
            **ถ้าติดที่มีชื่อซื้อรถยนต์คันแรกไว้ ส่งผลให้ เราไม่สามารถกู้เงินได้วงเงินสูงขึ้น
            แบบนี้ต้องหาบุคคลกู้ร่วมใช่ไหมค่ะ
            ถ้าแฟน อายุ 33ปี เงินเดือน 35000 บาทไม่รวม OT+OTHER มีภาระ ผ่อนออมสิน ประมาณ4000 บาท จะทำให้เราได้วงเงินเพิ่มถึง 2.5ลบ.ไหมค่ะ

          • AnanMoney says:

            +ธนาคารจะใช้ราคาประเมินภายใน ของธนาคารเอง ครับ (อาจจะประเมินเอง หรือให้บริษัทในเครือไปประเมินให้ครับ) ซึ่งก็คงจะใกล้เคียง หรือมากกว่าของที่ดินประเมินไว้เล็กน้อย
            +แนะนำว่าควรกู้ร่วมกับแฟน ครับ รายได้ของแฟนค่อนข้างสูง ภาระน้อย เมื่อรวมกับรายได้ของเรา จะสามารถรองรับภาระผ่อนได้มากขึ้น วงเงินก็มีโอกาสได้สูงกว่าการกู้คนเดียวครับ
            +วงเงินไม่ชัวร์ว่าจะถึง 2.5 ลบ. หรือไม่นะครับ โดยปกติธนาคารจะให้ได้ราวๆ 80-90% ของมูลค่าก่อสร้าง หรือ ราคาประเมินบ้านครับ
            ***ต้องลองยื่นเรื่องกับธนาคาร ดูนะครับ ^ ^

          • Amp says:

            ขอบคุณค่ะสำหรับ ข้อมูลที่ระเอียด และเข้าใจง่าย ^______^

          • AnanMoney says:

            ด้วยความยินดีครับ ^ ^

  13. เจี๊ยบ says:

    อายุจะครบ 35 เดือนนี้ค่ะ โดยจะขอยื่นกู้ซื้อคอนโด ราคา 2.2 ล้าน เงินเดือน 43,260 บ. ไม่มีหนี้สิน จะสามารถกู้ผ่านหรือเปล่าคะ เพราะต้องทำเรื่องกู้ในเดือนนี้ เนื่องจากที่คอนโดจัดงานเรื่องขอสินเชื่อราคาพิเศษค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

    • AnanMoney says:

      +จากอายุที่แจ้ง จะผ่อนได้ราวๆ 24 – 25 ปี ครับ
      +ถ้ากู้ได้เต็ม 100% วงเงิน 2.2 ลบ. คิดที่ระยะเวลาผ่อน 24 ปี ลองคำนวนดอกเบี้ยแบบเผื่อๆไว้ที่ 7% ต่อปี คาดว่าค่างวดจะราวๆ 16,xxx + – ครับ
      +จากรายได้ตามที่แจ้ง อีกทั้งไม่มีภาระผ่อนอะไร สามารถผ่อนค่างวดคอนโดได้สบายๆ สินเชื่อมีโอกาสผ่านครับ

  14. ann says:

    ผู้กู้อายุ 25 ยื่นกู้ซื้อบ้าน ราคา 2 ล้าน เงินเดือน 15000 คนกู้ร่วม เงินเดือน 9800 มีโอกาสผ่านมั๊ยคะ

    • AnanMoney says:

      +จากอายุที่แจ้ง ตามปกติ จะผ่อนได้ 30 ปี
      +ดูที่ค่างวดก่อนนะครับ ถ้าวงเงิน 2 ลบ. ผ่อน 30 ปี ลองคิดที่ดอกเบี้ยเผื่อไว้ราวๆ 7% ต่อปี ค่างวดจะราวๆ 14,000 + –
      +จากรายได้ที่แจ้ง ถึงแม้จะรวมกันแล้วมากกว่าค่างวด แต่คิดว่าสินเชื่อจะไม่ผ่าน หรือถ้าผ่าน วงเงินก็คงไม่ถึง 2 ลบ. ครับ เพราะถ้า คิดในกรณีที่ว่า ทั้ง 2 ท่าน ช่วยกันผ่อนคนละครึ่งของเงินเดือนตนเอง จะเท่ากับ 7500 + 4900 = 12,400 เท่านั้นซึ่งยังไม่พอกับค่างวดครับ
      +จากรายได้ที่แจ้ง และอ้างอิงกำลังผ่อนจากผู้กู้หลักที่มีรายได้เยอะกว่า ถ้ากันส่วนนึงไว้เป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัว ในแต่ละเดือนแล้ว น่าจะเหลือพอผ่อนบ้าน (กรณีไม่มีค่างวดอะไรอย่างอื่นเลย) ได้ราวๆ 7-9 พัน บาท/เดือน ซึ่งวงเงินที่พอเป็นไปได้ ก็น่าจะราวๆ 1 ลบ. – 1.3 ลบ. ครับ ค่างวด 7,xxx – 9 พันบาท/เดือน

      • ann says:

        ถ้ายื่นกู้เพิ่มอีกคนล่ะคะ อายุ 26 เงินเดือน 14000 มีค่ารถเดือนละ 7700 จะพอได้ไหม หรือถ้าเปลี่ยนสัญญารถเป็นของคนอื่นล่ะคะ จะพอได้หรือเปล่า

        • AnanMoney says:

          +คาดว่า จะไม่ได้ครับ เพราะเค้าเองก็มีภาระรถค่อนข้างสูง เกินครึ่งของเงินเดือนอยุ่แล้ว
          +และปกติที่ผ่านมา เท่าที่เห็นจะมีแค่เพียงกู้ร่วม กัน 2 คน ไม่เคยให้กู้ร่วมถึง 3 คน หนะครับ
          —————-
          +ส่วนตัวแล้วคิดว่าวงเงินทีพอเป็นไปได้ จากรายได้ที่แจ้ง (กรณีกู้ร่วม 2 ท่าน) ก็จะราวๆ 1 – 1.3 ลบ. นะครับ (ตามที่ได้แจ้งไว้ข้างต้น)
          +ถ้าคนเงินเดือน 14,000 (ไม่มีภาระอะไรแล้ว) กู้ร่วมกับคนที่เงินเดือน 15,000 (ไม่มีภาระอะไร) และถ้าช่วยกันผ่อน จริงๆ (กรณี สามี + ภรรยา / แฟน กู้ร่วมกัน ยังไงก็ต้องผ่อนช่วยกัน) โอกาสที่จะได้วงเงินสูงขึ้น 1.3 – 1.7 ลบ. ก็พอจะมีโอกาสครับ
          ——————-
          ***กรณีผู้กู้ร่วมเป็นญาติ พี่ น้อง ธนาคารอาจจะมีมุมมองอีกแบบ ไม่เหมือนกรณีกู้ร่วม กันกับแฟน / สามี/ภรรยา ครับ***

  15. นิรมล says:

    อยากซื้อบ้านที่อาศัยอยู่ค่ะ อายุ 37 ปี เงินเดือน 17050 บาท และมีเงินหมุนในบชอีก เดือนละ 20000-30000 บาทแต่ติดแบล็คลิส 2-3 ตัว ยอดประมาณ 120000 บาท ค่าเช่าบ้าน 2300 บาท ภาระหนี้ปกติอีก 5000 บาท ไม่มีสวัสดิการธอส. อยากทราบว่าจะสามารถกู้ผ่านหรือเปล่าค่ะ

    • AnanMoney says:

      +กรณีเคยชำระหนี้ล่าช้า ชำระไม่ทันงวด ค้างชำระ เราจะติดเครดิตบูโร และติดแบล็กลิสเฉพาะกับผู้ให้สินเชื่อรายนั้นๆ เท่านั้นครับ
      +แต่เนื่องจากการขอสินเชื่อของเรา ทุกๆสถาบันการเงินจะตรวจเครดิตบูโร เค้าก็จะเห็นประวัติการชำระหนี้ตลอด 36 เดือนที่ผ่านมาของเราทั้งหมดครับ ผลจะมี อยู่ 2 แบบดังนี้
      ——————
      1.)เคยค้างชำระ เคยชำระล่าช้า และยังไม่ได้ปิดบัญชีทั้งหมด ขาดการผ่อนส่งมานานมาก แบบนี้จะขอสินเชื่ออะไร ในชื่อตัวเองไม่ได้เลยครับ
      ——————
      2.)ถ้าเคยค้างชำระ เคยชำระล่าช้า แต่ได้ชำระหนี้ปิดบัญชี หรือได้กลับมาชำระเป็นปกติ/ชำระทันงวดปกติ และผ่อนต่อไม่เคยค้าง ไม่ช้าอีกเป็นเวลามาแล้ว ไม่น้อยกว่า 1-2 ปีขึ้นไป (แต่จริงๆแล้วต้องเกิน 3 ปี ครับ เพราะเครดิตบูโรจะแสดงผลย้อนหลัง 3 ปี) แบบนี้การขอสินเชื่อจึงจะพอมีโอกาสผ่าน ครับ
      ——————
      เพื่อสะสางปัญหา และสร้างประวัติเครดิตของเราใหม่ แนะนำติดต่อกับเจ้าหนี้เดิม และเคลียร์ภาระหนี้ ให้เรียบร้อยนะครับ

  16. ชลลดา says:

    รบกวนสอบถามหน่อยค่ะ ดิฉันอายุ 29 ปี ต้องการกู้ซื้อบ้านราคา 2 ล้าน มีค่าบัตรเครดิตประมาณ 1หมื่นบาท เงินเดือน 16,000 มีสิทธิ์สวัสดิการกับ ธอส. อยากทราบว่าจะผ่านไหมคะ รบกวนด้วยคะ

    • AnanMoney says:

      “ค่าบัตรเครดิตประมาณ 1 หมื่นบาท ”
      ไม่ทราบว่า หมายถึงยอดหนี้รวมที่มี แล้วผ่อนจ่ายยอดขั้นต่ำ เดือนละ พันกว่าบาท หรือหมายถึง ยอดที่ผ่อนจ่ายต่อเดือนครับ

  17. ต้นอ้อ says:

    ขอรบกวนสอบถามค่ะ ดิฉันอยากกู้เงินซื้อบ้าน ซึ่งราคาบ้าน 2ล้านสามแสน แต่ดิฉันมีเงินเดือน 12400 เคยติดเครดิตบูโร ซึ่งชำระหมดแล้ว มีสวัสดิการ ธอส. ยังงี้จะสามารถกู้ได้ประมาณเท่าไรคะ ขอบคุณมากค่ะ

    • AnanMoney says:

      @ เฉพาะประเด็น เรื่องประวัติเครดิต ก่อนละกันครับ
      *กรณีเคยมีประวัติการค้างชำระสินเชื่อ, ชำระไม่ตรงตามงวด จะทำให้เราติดเครดิตบูโร และจากปกติเครดิตบูโรจะแสดงประวัติการผ่อนชำระหนี้ของแต่ละท่านย้อนหลังถึง 36 เดือน ครับ ถึงแม้จะปิดไปแล้ว แต่ถ้ายังปิดบัญชีไปยังไม่เกิน 36 เดือน หรือ 3 ปี ธนาคารหรือสถาบันการเงิน ก็จะยังเห็นอยู่ครับว่า เราเคยค้าง เคยช้า ตอนไหน
      *ดังนั้นถ้าจะให้ดี ประวัติเครดิตจะเริ่มดีขึ้นมา ก็ต่อเมื่อได้ปิดบัญชี หรือชำระโปะให้ทันงวดปกติ ไปแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี ครับ
      ———————
      @ ไม่ได้แจ้งอายุให้ ทราบ ขอคาดว่าอายุยังไม่ถึง 30 ปี นะครับ ถ้าสินเชื่อผ่าน คงจะได้ผ่อนนานสุด 30 ปี ลองคำนวณค่างวดที่วงเงิน 2.30 ลบ. ผ่อน 30 ปี ลองคิดที่ดอกเบี้ยเผื่อๆไว้ที่ 7% ต่อปี ค่างวดจะราวๆ 16,000 บาท/เดือนครับ
      *จากรายได้ที่แจ้ง (ถ้ายังไม่คิดที่เรื่องประวัติเครดิต ดูที่กำลังผ่อนอย่างเดียว) เกรงว่าสินเชื่อจะไม่ผ่านครับ
      *จากรายได้ที่แจ้ง (ถ้ายังไม่คิดที่เรื่องประวัติเครดิต ดูที่กำลังผ่อนอย่างเดียว และกรณีไม่มีภาระผ่อนอะไรอย่างอื่น) รายได้ 12,400 ถ้าหัก คชจ.ส่วนตัว ในแต่ละเดือน น่าจะเหลือพอผ่อนสินเชื่อบ้านได้เพียงราวๆ 4-5 พัน ดังนั้นวงเงินที่พอจะเป็นไปได้ น่าจะราวๆ 5-7 แสนครับ
      ——————-

  18. วิมล says:

    -อายุ 35 อยากกู้ซื้อบ้านเพิ่มอีกหลัง 1.9ล้าน รายได้ประจำ 19000+โอที4000 บาท (โบนัสประจำปี 7+20000 เดือน)
    -กู้ร่วมกับภรรยา อายุ 36/ รายได้ 19000 บาท ไม่มีโอที
    -มีบุตรเพิ่งคลอดปีนี้ 1 คน
    รายจ่าย
    เงินกู้บ้าน ธอส 6500 บาท
    งวดรถ 9000 บาท
    จ่ายผ่อนสินค้าเฟิร์สชอยส์ เดือนละ 1500 บาท ประวัติดี****

    เงินเหลือสิทธิ ประมาณเดือนละ 22000 บาท
    สามารถกู้บ้านได้เต็มที่เท่าไหร่ หรือ ธนาคารจะอนุมัติไหมครับ

    • AnanMoney says:

      +จากอายุที่แจ้ง ปัดเศษเริ่มนับที่อายุ 36 ปี จะผ่อนได้ 24 ปี
      +ถ้าวงเงิน 1.9 ลบ. ผ่อน 24 ปี ลองคิดเผื่อๆที่ดอกเบี้ยประมาณ 7% ต่อปี ค่างวดจะประมาณ 14,xxx – 15,xxx + – ต่อเดือน
      +จากรายได้รวมทั้ง 2 ท่าน และยังมีภาระผ่อนบ้าน 1 หลัง และรถ เมื่อรวมกับค่างวดบ้านที่ประมาณการได้ข้างต้น เกรงว่าจะหนักไปครับ เกรงว่าสินเชื่อจะไม่ผ่าน หรือถ้าผ่าน วงเงินก็อาจจะได้เพียง 0.8 – 1.1 ลบ. ค่างวดราวๆ 8,3xx + –
      ———————–
      **ถ้าจะให้ดี และภาระไม่หนักจนเกินไป มีเงินเหลือใช้ แนะนำว่าควรให้ค่างวดรถ หมดก่อน ค่อยกู้ซื้อบ้าน (อีก 1 หลัง) ครับ **

  19. Sarawut says:

    สวัสดีครับ คือ ผม อายุ 23 ปี ทำงานบริษัทเอกชน(บริษัทลูกของธนาคารกสิกร)เงินเดือน 23,000 บาท ไม่มีหนี้สิ้นหรือผ่อนอะไร อยากกู้เงินสร้างบ้านให้พ่อแม่ (บนที่ดินตัวเองต่างจังหวัด)จากแบบแปลนบ้านที่ดูไว้ ค่าก่อสร้างประมาณ 1.6 ล้านบาท อยากกู้สัก 2 ล้านบาท (เผื่อตกแต่ง) ไม่ทราบว่าจะสามารถกู้ได้ไหมครับ รบกวนแนะนำด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

    • AnanMoney says:

      +เกรงว่าจะกู้ได้ เต็มที่เพียงประมาณ ค่าก่อสร้าง หนะครับ ส่วนเพิ่มอีก 4 แสน (เผื่อตกแต่ง /เครื่องใช้ /เฟอร์นิเจอร์) เกรงว่าธนาคารอาจจะไม่ได้สนับสนุนในส่วนนี้ครับ
      +ถ้าวงเงิน 1.6 ลบ. ผ่อน 30 ปี ลองคิดที่ดอกเบี้ย เผื่อๆไว้ที่ 7% ต่อปี ค่างวดจะราวๆ 11,000 + – ต่อเดือน จากรายได้ที่แจ้งมา และไม่มีภาระผ่อนอะไร สินเชื่อไม่น่ามีปัญหาครับ
      *กรณีทำงานในเครือธนาคาร แนะนำสอบถามฝ่ายบุคคล ของบริษัทเรานะครับว่ามีโปรโมชั่น ดอกเบี้ยพิเศษ สำหรับพนักงานหรือไม่
      *กรณีกู้ สร้างบ้าน ธนาคารคงจะไม่ได้ให้เบิกเงินกู้ครั้งเดียว หรือทีเดียวนะครับ คงจะกำหนดให้เบิกเงินกู้ ตามความคืบหน้า หรือมูลค่างานก่อสร้าง หนะครับ อาจจะต้องเตรียมเงินทุนส่วนตัวไว้ สำรองจ่าย ค่าวัสดุ ค่าช่าง ไปก่อน ครับ

  20. AnanMoney says:

    [[ด่วน]]กู้สินเชื่อบ้าน ธอส. “มีบ้าน มีสุข” ดอกเบี้ยเริ่มที่ 3.5%
    ยื่นเรื่องฯวันนี้ – 15 ส.ค. 2557
    See more at: http://ananmoney.com/ghbank-home-loan-happy-home-low-rate/#sthash.N2IC9u6h.dpuf

  21. Saly says:

    สวัสดีค่ะ รบกวนปรึกษานิดนึงค่ะ ต้องการซื้อบ้านทาวน์เฮ้าส์ราคา 1,300,00 บาท เป็นโครงการหมู่บ้าน ทำงานบริษัทฯ เอกชน ฐานเงินเดือน 15,000 บาท ค่าตำแหน่ง 500 บา และมีคอมมิชชั่นอีกเดือนนึง3000++อายุ 26 ปี มีหนี้บัตรเครดิตแต่ปิดแล้ว อยากทราบว่าถ้ากู้ซื้อบ้านกับธนาคาร จะผ่านมั้ยคะ เพราะจะกู้คนเดียว เนื่องจากแฟนทำงานอิสระ ไม่ได้ทำงานบริษัท่ฯ เป็นเงินเดือน

    ขอบคุณค่ะ

    • AnanMoney says:

      +ตอนนี้ไม่มีภาระผ่อนอะไร ใช่มั้ยครับ
      +จากอายุที่แจ้ง สามารถผ่อนได้นานถึง 30ปีครับ
      +ลองคิดที่วงเงิน 1.3 ลบ. ผ่อน 30 ปี คิดที่ดอกเบี้ยราวๆ 7% ต่อปี ค่างวดจะราวๆ 8,8xx – 9,0xx + -ต่อเดือนครับ จากรายได้รวมที่แจ้ง ถ้าไม่มีภาระผ่อนอะไร กู้คนเดียวพอมีโอกาสผ่านครับ
      +แนะนำว่าควรดาวน์อย่างน้อยซัก 10% หรือ 100,000 – 130,000 ครับ ที่เหลือ 1.17 – 1.2 ลบ. ค่อยกู้กับธนาคาร ถ้าตามนี้ค่างวดจะประมาณ 8,000 – 8,2xx + – ต่อเดือน สินเชื่อจะได้มีโอกาสผ่านง่ายขึ้นครับ

  22. somsak says:

    อยากทราบว่าถ้าเราจะกู้เงินซื้อที่ดินและปลูกบ้านด้วย จะได้วงเงินประมาณเท่าไหร่ ผมอายุ46 เงินเดือน19500 หักเงินกู้ธนาคารออมสิน 6400 ไม่มีภาระอะไร มีลูก1คน ส่วนภารยาอายุ33 ทำงานที่เดียวกันมัสวัสดิการ ธอส เงินเดือน12000 เหมือนกัน แต่ติดแบล็คลีส จะกูร่วมได้มั้ย ราคาที่ดิน600000บาท จะกูได้เต็มมั้ย แล้วบ้านสร้างราคา 900000 จะได้วงเงินเท่าไหร่คับ

    • AnanMoney says:

      *ถ้าจะกู้ซื้อที่ดิน+สร้างบ้านด้วย เกรงว่าจะไม่ได้ครับ
      *ปกติแล้วธนาคารจะไม่ให้เงินกู้ เพื่อซื้อที่ดิน ครับ // ส่วนใหญ่จะให้สินเชื่อเพื่อ ซื้อบ้านใหม่, ซื้อบ้านมือสอง หรือเพื่อสร้างบ้าน บนที่ดินตัวเอง (มีที่ดินอยู่แล้ว ขอสินเชื่อเฉพาะสร้างบ้าน) หนะครับ
      …..
      +แนะนำว่า ควรให้แฟน เคลียร์ภาระหนี้ที่ติดแบล็กลิส ให้เรียบร้อยก่อนครับ ปิดหนี้ทั้งหมด หรือชำระทบให้ทันงวดปกติ และผ่อนแบบไม่ค้างไม่ล่าช้าอีก เพื่อให้ประวัติเครดิต ดีขึ้นครับ ไม่น้อยกว่า 1-3 ปีครับ
      +ถ้าคุณ Somsak ปิดและเคลียร์ภาระสินเชื่อ ออมสิน หมดแล้ว และภรรยาเคลียร์/ปิดหนี้ที่มีปัญหาแล้ว แนะนำกู้ร่วมกัน และกู้ซื้อบ้านใหม่ เรื่องสินเชื่อ และขั้นตอนการดำเนินการ และการเบิกเงินกู้ จะง่ายกว่าการกู้เพื่อสร้างบ้าน ครับ

  23. kwan says:

    รบกวนสอบถามค่ะ
    อยากกู้เงินซ่อมแซมบ้าน วงเงินประมาณ 600000 บาท
    ตอนนี้ อานยุ 24 ปี รายได้ประมาณ 25000 บาท/เดือน หักประกันสังคม กองทุน สหกรณ์เหลือประมาณ 19000 บาท อยากสอบถาม
    1.การกู้เพื่อซ่อมบ้านจะต้องผ่อนชำระกี่ปี จะผ่อนชำระได้นานเท่าการผ่อนซื้อบ้านหรือป่าวค่ะ
    2.ต้องเสียดอกเบี้ยประมาณเท่าไหร่ อัตราดอกเบี้ยคิดยังไง ต้องผ่อนจ่ายเดือนประมาณเท่าไหร่

    • AnanMoney says:

      ขอสอบถามก่อนได้มั้ยครับว่า
      1.บ้านที่จะกู้ซ่อมแซม ติดจำนอง หรือค้ำประกันสินเชื่อ อยุ่หรือไม่ครับ
      2.บ้านที่จะกู้ซ่อมแซม สร้างอยู่บน โฉนด หรือ นส3ก./นส3 ครับ
      3.ผู้เป็นเจ้าบ้าน และเจ้าของโฉนดที่ดิน เป็นใคร คนเดียวกันมั้ยครับ
      ………………….
      คำตอบเบื้องต้นครับ
      1.จากวงเงินที่แจ้ง ถือว่าไม่ค่อยมากนัก อาจจะผ่อนได้ไม่ถึง 30 ปีครับ คาดว่าธนาคารจะกำหนดให้ผ่อนได้ราวๆ 10-20 ปี ครับ
      2.เรื่องดอกเบี้ยไม่ชัวร์ครับว่าเท่าไหร่ ขอคาดการณ์ว่าน่าจะราวๆ 7% – 9% ต่อปี น่าจะราวๆนี้ครับ
      *ถ้าวงเงิน 6 แสน ดอกเบี้ย 8% ผ่อน 15 ปี ค่างวดจะราวๆ 5,8xx + – หรือถ้า 20 ปี ก็น่าจะราวๆ 5,1xx + – ครับ

      • Kwan says:

        ตอบคำถามนะค่ะ.เป็นบ้านที่ไม่ได้ติดคำ้สินเชื้ออะไรค่ะ. สร้างบนพื้นที่โฉนดค่ะ ชื่อเจ้าบ้านคนละชื่อกับเจ้าของที่ดินค่ะ. ขอถามเพิ่มเติมนะค่ะ
        1อัตราดอกเบี้ยคงที่หรือลดตามเงินต้นค่ะ. แล้วแบบไหนดีกว่ากันค่ะหากเราต้องเลือก
        2 ต้องเตรียมเงินสำรองประมาณเท่าไหร่ค่ะ ค่าดำเนินการ อะไรต่างๆอะค่ะ

        • AnanMoney says:

          1.สินเชื่อบ้าน อัตราดอกเบี้ยธนาคารจะคิดแบบ effective rate หรือเรียกว่าดอกเบี้ยแบบลอยตัว อยู่แล้วครับ ซึ่งจะผันแปรไปตามที่ธนาคารประกาศ ครับ แต่ถ้าธนาคารมีโปรโมชั่น อาจจะกำหนดดอกเบี้ยคงที่ แบบพิเศษให้ในช่วง 1-2 ปีแรก ครับ
          *เช่น ถ้าดอกเบี้ย MRR = 6.975% ต่อปี (อัตราดอกเบี้ย อาจจะเพิ่มหรือลด ได้ตามที่ธนาคารประกาศ) เมื่อคิดดอกเบี้ยออกมาเป็นตัวเงิน (แต่อัตราก็จะตามที่ธนาคารประกาศ) จะลดลงตามจำนวนเงินต้นที่ลดลง ครับ
          **ยกตัวอย่างเช่น ถ้าดอกเบี้ย 6.975% ต่อปี ถ้ายอดหนี้เงินต้น 6 แสน เฉพาะดอกเบี้ยต่อเดือน = 600,000 x 6.975% x (30/365) = 3,439.73 บาท/เดือน
          **แต่ถ้าผ่อนไปเรื่อยๆ ยอดหนี้เงินต้นลดลง เหลือ 5 แสน เฉพาะดอกเบี้ยต่อเดือนก็จะลดลง = 500,000 x 6.975% x (30/365) = 2,866.44 บาท/เดือน
          **ธนาคารจะกำหนดค่างวด ที่ต้องผ่อนในแต่ละเดือน ให้พอตัดดอกเบี้ยทั้งหมดที่เกิดขึ้นในแต่ละเดือน ส่วนที่เหลือก็จะนำไปตัดเงินต้นครับ
          …………………………………….
          2.เรื่อง คชจ. ไม่ชัวร์ครับ ว่าจะเท่าไหร่ แต่เบื้องต้น ไม่ว่าสินเชื่อจะผ่านหรือไม่ เราก็ต้องจ่าย ค่าประเมินราคาหลักประกัน ก่อนครับ น่าจะราวๆ 3-5 พันบาท ถ้าสินเชื่อบ้านผ่าน จะมีใช้จ่ายเพิ่มมาอีก ดังนี้ครับ
          1.)ค่าจำนอง จ่าย สนง.ที่ดิน
          2.)ค่าบริการจำนอง จ่าย จนท.ของธนาคาร หรือบริษัทในเครือธนาคาร ที่พาเราไปทำนิติกรรมจำนองที่ สนง.ที่ดิน
          3.)ค่าธรรมเนียมเงินกู้
          4.)ค่าเบี้ยประกันภัยหลักประกัน
          5.)และอาจจะรวมถึงค่าเบี้ยประกันชีวิตคุ้มครองวงเงินกู้ อีกด้วยนะครับ
          **คชจ. ข้อ 1 – 5 คงต้องรบกวนให้สอบถามกับ จนท.ธนาคาร นะครับ**
          ……………………………………..
          +ถ้าบ้านไม่เก่า ไม่ทรุดโทรมมากนัก แนะนำเลี่ยงไปขอสินเชื่อแบบ “บ้านแลกเงิน” ขั้นตอนด้านสินเชื่อน่าจะง่ายกว่าครับ ถ้าสินเชื่อผ่าน จำนองบ้าน+ที่ดินเสร็จ ก็เบิกเงินกู้ทีเดียวออกมาเลย แล้วค่อยเอาไปใช้ในการซ่อมบ้านครับ
          **ธนาคารที่มีสินเชื่อบ้านแลกเงิน เช่น ไทยพาณิชย์ กสิกรไทย ธนชาต เป็นต้น
          **ถ้ากู้เพื่อซ่อมแซมบ้าน โดยตรง อาจจะยุ่งยากครับ เพราะต้องเตรียมเอกสารพวก ใบประมาณการค่าซ่อมแซมบ้าน หรือรวมถึงพวกแบบแปลนฯ , สัญญาจ้างซ่อมแซมบ้าน และในขั้นตอนการเบิกเงินกู้ ธนาคารอาจจะให้ทยอยเบิก เป็นคราวๆไปตามความคืบหน้าของงานซ่อมแซม หนะครับ
          ……………………………………..
          +ชื่อเจ้าบ้าน และเจ้าของโฉนด เป็นใคร ครับ ใช่คุณ kwan กับแฟน หรือไม่ครับ
          *ผู้กู้ และเจ้าของโฉนด+เจ้าบ้าน ควรเป็นคนเดียวกัน ถ้าไม่ใช่คนเดียวกัน ก็ต้องให้เจ้าของโฉนด+และรวมถึงเจ้าบ้าน มากู้ร่วมกับเรา ครับ

Leave a Comment