[สินเชื่อบ้านQ1-57]กู้ซื้อบ้าน ธ.อาคารสงเคราะห์ จัดสินเชื่อบ้าน ดอกเบี้ยต่ำเริ่มที่ 3.75% ต่อปี

[สินเชื่อบ้านQ1-57]กู้ซื้อบ้าน ธ.อาคารสงเคราะห์ จัดสินเชื่อบ้าน ดอกเบี้ยต่ำเริ่มที่ 3.75% ต่อปี

สินเชื่อบ้าน อาคารสงเคราะห์ 2557ธอส. รุกสินเชื่อบ้าน ครบวงจรสร้างโอกาสให้คนไทยมีที่อยู่อาศัย เสนอแพ็คเกจสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำ เริ่มที่ 3.75% ต่อปี

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ต้อนรับศักราชใหม่ พร้อมรุกสินเชื่อบ้านครบวงจร ตอกย้ำผู้นำ สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย สานต่อพันธกิจหลักในการสร้างโอกาสให้คนไทยมีบ้าน จัดทำแพ็คเกจ สินเชื่อบ้านอัตราดอกเบี้ยพิเศษ สำหรับไตรมาส 1 ปี 2557 เสนอดอกเบี้ยปีแรก 3.75% ต่อปี

นางอังคณา ปิลันธน์โอวาท ไชยมนัส กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ปี 2557 นี้ ธนาคารได้กำหนดเป้าสินเชื่อจำนวน 130,000 ล้านบาท โดยยังคงมุ่งเน้นสร้างโอกาสให้คนไทย โดยเฉพาะกลุ่มรายได้น้อยเข้าถึงแหล่งเงินกู้ที่อยู่อาศัยอัตราดอกเบี้ยต่ำ สำหรับไตรมาสแรกธนาคารได้ เตรียมวงเงินสินเชื่อ 40,000 ล้านบาท จัดทำแพ็คเกจ “สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษ ไตรมาส 1 ปี 2557″

โดยแพ็คเกจที่ 1 : สินเชื่อบ้านสำหรับกลุ่มลูกค้าบุคลากรภาครัฐ /กลุ่มสวัสดิการไม่มีเงินฝาก / กลุ่มพนักงาน ส่วนท้องถิ่นหักเงินเดือน / กลุ่มลูกค้ารายย่อยโครงการจัดสรรพันธมิตรธนาคาร
ธอส. เสนออัตราดอกเบี้ยปีแรก 3.75% ต่อปี ปีที่ 2 อัตราดอกเบี้ย 4.75% ต่อปี ปีที่ 3 จนถึงตลอดอายุสัญญา กรณีรายย่อยสวัสดิการ อัตรา ดอกเบี้ยเท่ากับ MRR-1.00% ต่อปี ลูกค้ารายย่อยทั่วไปอัตราดอกเบี้ยเท่ากับ MRR-0.50% ต่อปี กรณีกู้ ชำระหนี้ หรือซื้ออุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกฯ คิดอัตราดอกเบี้ยเท่ากับ MRR (ปัจจุบัน MRR ธอส. เท่ากับ 6.975%) วงเงินรวม 30,000 ล้านบาทดอกเบี้ยบ้าน ข้าราชการ

แพ็คเกจที่ 2 : สินเชื่อบ้านสำหรับลูกค้ารายย่อย
ธอส. เสนออัตราดอกเบี้ยปีที่ 1 เท่ากับ 3.75% ต่อปี ปีที่ 2 อัตราดอกเบี้ย 4.975% ต่อปี ปีที่ 3 จนถึงตลอดอายุสัญญา กรณีรายย่อยสวัสดิการ อัตราดอกเบี้ยเท่ากับ MRR-1.00% ต่อปี และลูกค้ารายย่อยทั่วไปอัตราดอกเบี้ย MRR-0.50% ต่อปี วงเงินรวม 10,000 ล้านบาทดอกเบี้ยบ้าน ธอส. 2557
“มั่นใจว่า สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษ ไตรมาส 1 ปี 2557 จะเป็นที่นิยมของลูกค้า โดยธนาคารพร้อม ให้บริการสินเชื่อแก่ประชาชน ปี 2557 เป็นเงินกว่า 130,000 ล้านบาท เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่ของธนาคารเป็นผู้ ที่มีรายได้น้อยถึงปานกลางที่มีความต้องการที่อยู่อาศัยจริง และในปีนี้ธนาคารได้ขยายสาขาในภูมิภาคเพิ่มขึ้น อีกเพื่อรองรับความต้องการที่อยู่อาศัยในต่างจังหวัดที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นมาก” นางอังคณา กล่าว

แฟนๆ อนันต์มันนี่ ที่สนใจและกำลังอยากซื้อบ้าน อยากขอสินเชื่อบ้านในปี 2557 นี้ ข้อเสนอแพ็คเกจสินเชื่อบ้านของธอส. ก็น่าสนใจ สามารถยื่นคำขอกู้ได้ตั้งแต่บัดนี้ ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2557 และต้องทำนิติกรรมให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 เมษายน 2557 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธอส.ทุกสาขาทั่วประเทศหรือที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ (Call Center) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ โทร 0-2645-9000 หรือ www.ghbank.co.th

***สามารถสอบถามความเป็นไปได้ของการขอสินเชื่อ วงเงินสินเชื่อ ค่างวดผ่อนบ้าน กับ อนันต์มันนี่ ก่อนก็ได้นะจ๊ะ เพียงแจ้งวงเงินกู้บ้าน อายุ รายได้ ภาระผ่อนที่มี ประวัติเครดิตที่ผ่านมา อนันต์มันนี่ยินดีให้คำปรึกษาจ๊ะ***

ขอบคุณข้อมูล และภาพประกอบจาก ธนาคารอาคารสงเคราะห์

279 Comments

  1. Amp says:

    สวัสดีค่ะ อยากรบกวนสอบถาม ว่า base saraly 18700บาท +OT+OTHER ต่อเดือนรับประมาณ 21000 ต้องการกู้คนเดียวเพื่อปลูกบ้านบนที่ดินของตัวเอง จะกู้ได้ประมาณเท่าไรค่ะ หรือต้องเอาที่ดินเข้า BANK เพื่อทำการกู้ด้วยหรือเปล่าค่ะ ตอนนี้อายุ 29 ปี ช่วยแนะนำธนาคารที่น่าสนใจด้วยค่ะ

    • AnanMoney says:

      +กรณีกู้เพื่อสร้างบ้าน ต้องเอาที่ดิน + บ้าน(ที่จะสร้าง) จำนองเป็นหลักประกัน เงินกู้กับธนาคารครับ
      ***ขอทราบภาระผ่อนที่มีตอนนี้ได้มั้ยครับ***
      ———————————–
      +แนะนำขอสินเชื่อกับธนาคาร ที่เงินเดือนเราผ่านบัญชี หนะครับ (ถ้าเงินเดือนผ่านเข้าบัญชี) น่าจะสะดวกที่สุด หรือไม่ก็ ธ.อาคารสงเคราะห์ / กรุงไทย / ไทยพาณิชย์ / (แล้วแต่เราสะดวกครับ)
      ———————————–
      +กรณีกู้เพื่อสร้างบ้าน จะค่อนข้างยุ่งนิดนึงครับ ไม่เหมือนกรณีซื้อบ้านจัดสรร อีกทั้งกรณีกู้เพื่อสร้างที่พักอาศัย ธนาคารจะไม่ให้เงินเราทีเดียวในวันที่ทำสัญญา และจำนอง หนะครับ ส่วนใหญ่แล้วจะกำหนดให้เบิกเงินกู้ ตามความคืบหน้าในการก่อสร้างบ้านครับ จึงจำเป็นที่ผู้ขอกู้เพื่อสร้างที่พักอาศัย จะต้องมีส่วนทุนตัวเองบางส่วนแล้ว เพื่อใช้ในการจ้างช่าง และซื้อวัสดุมาก่อสร้างบ้านไปก่อน แล้วค่อยเบิกเงินกู้จากธนาคาร เป็นคราวๆไปครับ
      +กรณีกู้สร้างบ้าน ผู้กู้ควรจะต้องมีส่วนทุน เงินทุนของตัวเองบางส่วนอย่างน้อย 10-20% ของมูลค่าก่อสร้างบ้าน ครับ ที่เหลือ 80-90% ค่อยกู้จากธนาคาร
      ………………………………………
      +กรณีต้องการขอสินเชื่อ เพือสร้างบ้าน/ที่พักอาศัยบนที่ดิน ของตัวเองที่มีอยู่แล้ว จะมีขั้นตอน และเอกสารที่เพิ่มขึ้น มากกว่าการขอสินเชื่อเพื่อซื้อบ้าน/ที่พักอาศัย ที่สร้างเสร็จแล้ว หนะครับ ดังนี้
      1.มีแบบแปลน ของบ้านที่จะสร้าง รวมถึงใบประมาณการค่าก่อสร้าง
      2.มีโฉนด (ควรจะต้องเป็นโฉนด ครับ ถ้าเป็น น.ส.3 หรือ น.ส.3ก. หรืออย่างอื่น เกรงว่าธนาคารอาจะไม่รับ)
      *โฉนดที่ดินที่จะสร้างบ้าน ควรจะต้องเป็นกรรมสิทธิ์ ของผู้กู้ครับ ถ้าเป็นของคุ่สมรสก็ต้องกู้ร่วมกันครับ*
      *ตอนยื่นเรื่อง ให้สำเนาด้านหน้าและหนัง ของโฉนด และให้ จนท.ธนาคารดูฉบับจริงก็พอครับ โฉนดตัวจริงค่อยให้ธนาคาร ในวันจำนอง ครับ
      3.ต้องมีใบขออนุญาตปลูกสร้าง
      *ขออนุญาต จาก อบต. หรือ เทศบาล หรือ สนง.เขต ที่ที่ดินที่จะสร้างบ้านตั้งอยู่
      4.มีสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างบ้าน/ที่พักอาศัย (ถ้ามี)
      ** ข้อ 1 / 2 / 3 จำเป็นต้องมี ส่วนข้อ 4 ถ้ามีก็จะดีมาก เอกสารเหล่านี้จำเป็นต้องใช้ในการให้ธนาคารหรือบริษัทประเมิน ประเมินมูลค่า ที่ดิน(เปล่า) + ประเมินมูลค่าตัวบ้าน (ประเมินจากข้อ 1 และ 4) ครับ เพื่อจะได้ทราบว่า ที่ดิน รวมกับบ้าน เมื่อสร้างเสร็จ 100% จะมีมูลค่าเท่าไหร่ ซึ่งพนง.ธนาคารจะได้นำไปพิจารณาเรื่องสินเชือ รวมถึงกำหนดวงเงิน ต่อไปหนะครับ
      ……………………………………..

      • Amp says:

        1-มีภาระผ่อนรถยนต์ คันแรก(แต่ไม่ได้ผ่อนเอง แค่ใช้ชื่อ เราซื้อ )ผ่อนเดือนละ 7580 บาท ค่าสินเชื่อธนาคาร เดือนละ 2500 บาท
        2-มีรายได้อื่นๆจากการให้เช่าบ้านเข้าบัญชีเดือน ละ 4000 บาท มีสัญาการเช่าบ้าน ถือเป็นรายได้เพิ่มเติมไหมค่ะ
        3-เงินเดือนผ่านเข้าบัญชีจะเป็นของไทยพาณิชย์ค่ะ เห็นทางเวปแนะนำตอนนี้ของกรุงไทย ปล่อยสินเชื่้อเปอร์เซ็นต์สูง จริงหรือเปล่าค่ะ
        4-ในส่วนของที่ดิน ต้องทำการถมที่ดินทิ้งไว้ก่อนกี่เดือน เกี่ยวไหมค่ะพอดีเพื่อนแนะนำมาว่าต้องถมที่ดิน ก่อน 3-6 เดือนเพราะธนาคาร จะดูว่าเริ่มก่อสร้างได้

        • AnanMoney says:

          1 : กรณีเรากู้สินเชื่อ แทนคนอื่น (เราไม่ได้ผ่อนเอง) แต่ในความเป็นจริงเราเป็นคู่สัญญา ครับ ซึ่งทางธนาคารจะนับภาระนั้น เป็นของเราด้วย ครับ เพราะเค้าต้องคิดเผื่อกรณีคนที่ผ่อนจริงๆ ถ้าเค้าผ่อนไม่ได้ สุดท้ายแล้วภาระหนี้นั้นๆ ก็คงไม่พ้นความรับผิดชอบของเราซึ่งอยู่ในฐานะคู่สัญญาเงินกู้นั้น ครับ ภาระค่างวดรถ 7,580 นั้นจะทำให้กำลังผ่อนเราเหมือนจะลดลง ในมุมมองของคนวิเคราะห์สินเชื่อครับ
          …………………………………………………………..
          ***สินเชื่อรถยนต์ ที่กุ้แทนคนอื่น ถ้าเค้าผ่อนไม่ตรง และค้างค่างวด เราจะโดนเต็มๆครับ ประวัติเครดิต เราจจะเสียได้นะครับ ต้องกำชับคนผ่อนด้วยนะครับ
          ***คิดกรณี รายได้หลัก ประมาณ 20,000 + รายได้ค่าเช่า 4,000 ก็น่าจะราวๆ 24,xxx + –
          ***หักภาระ (ธนาคารจะเห็น จากการตรวจเครดิตบูโร) = 7,580, + 2,500 + อื่นๆถ้ามีอีก = 10,xxx + –
          ***จะเหลือรายได้ประมาณ 24,xxx – 10,xxx = 14,xxx
          ***ถ้าหัก คชจ.ส่วนตัว กินอยู่ รายเดือน ก็จะดูเหมือนว่า มีกำลังเหลือพอผ่อนได้ราวๆ 7-9 พันบาท / เดือน ครับ
          ***จากอายุ ที่แจ้ง สามารถผ่อนได้ 30 ปี ถ้าดูจากการวิเคราะหฺ์ข้างต้น กำลังผ่อน ราวๆ 7-9 พันบาท/เดือน คิดเผื่อๆที่ดอกเบี้ยราวๆ 7% ต่อปี วงเงินที่พอเป็นไปได้ น่าจะราวๆ 1.3 ลบ + – ครับ ค่างวด 9 พัน + –
          ***ติดที่ค่างวดรถครับ ถ้าไม่มีชื่อเป็นคนกู้สินเชื่อรถยนต์ ให้คนอื่น ธนาคารจะเห็นว่ากำลังผ่อนเราเหลือเยอะ วงเงินที่จะได้ก็จะเยอะตามไปด้วย ซึ่งถ้าปิดงวดรถแล้ว และไม่มีภาระอะไรอย่างอื่นอีก กำลังผ่อนน่าจะเหลือราวๆ 12,000 – 14,000 ซึ่งวงเงินก็อาจจะได้ถึง 2 ลบ. ครับ ค่างวดราวๆ 13,xxx + –
          …………………………………………………………..
          2 : นับครับ ถ้ามีเอกสาร (สัญญาเช่า + บัญชีที่ใช้รับค่าเช่า) ก็ควรแนบเอกสารเหล่านี้พร้อมๆกับ สลิปเงินเดือน+บุคแบงค์ที่เงินเดือนเข้า ครับ
          3 : แนะนำสอบถามกับ 2-3 ธนาคาร เพื่อเปรียบเทียบข้อเสนอ เรื่องดอกเบี้ย ก่อนตัดสินใจครับ เรื่องวงเงิน ทุกๆธนาคารคงจะดูที่ แบบ/มูลค่าก่อสร้าง/กำลังผ่อน ของผู้เป็นสำคัญครับ ซึ่งก็คงไม่ได้ถึง 100% แน่ๆครับ ปกติเต็มที่ก็ราวๆ 80-90% ของมูลค่าก่อสร้าง (แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินกำลังผ่อน) ครับ
          4 : ควรถมให้เรียบร้อย ให้พร้อมสำหรับการเริ่มสร้าง ซึ่งก็คงจะต้องถมก่อนสร้างราวๆ 3-6 เดือน (เพื่อให้ดินแน่น) ครับ

          • Amp says:

            **บริษัทประเมิน ประเมินมูลค่า ที่ดิน(เปล่า) + ประเมินมูลค่าตัวบ้าน
            จากที่สอบถามราคาประเมิณที่ดิน 2 งานของตนเอง กรมที่ดินได้มาประเมิณประมาณ 1.5ลบ.+อยากปลูกบ้าน ราคา ประมาณ 2.5ลบ.
            **ถ้าติดที่มีชื่อซื้อรถยนต์คันแรกไว้ ส่งผลให้ เราไม่สามารถกู้เงินได้วงเงินสูงขึ้น
            แบบนี้ต้องหาบุคคลกู้ร่วมใช่ไหมค่ะ
            ถ้าแฟน อายุ 33ปี เงินเดือน 35000 บาทไม่รวม OT+OTHER มีภาระ ผ่อนออมสิน ประมาณ4000 บาท จะทำให้เราได้วงเงินเพิ่มถึง 2.5ลบ.ไหมค่ะ

          • AnanMoney says:

            +ธนาคารจะใช้ราคาประเมินภายใน ของธนาคารเอง ครับ (อาจจะประเมินเอง หรือให้บริษัทในเครือไปประเมินให้ครับ) ซึ่งก็คงจะใกล้เคียง หรือมากกว่าของที่ดินประเมินไว้เล็กน้อย
            +แนะนำว่าควรกู้ร่วมกับแฟน ครับ รายได้ของแฟนค่อนข้างสูง ภาระน้อย เมื่อรวมกับรายได้ของเรา จะสามารถรองรับภาระผ่อนได้มากขึ้น วงเงินก็มีโอกาสได้สูงกว่าการกู้คนเดียวครับ
            +วงเงินไม่ชัวร์ว่าจะถึง 2.5 ลบ. หรือไม่นะครับ โดยปกติธนาคารจะให้ได้ราวๆ 80-90% ของมูลค่าก่อสร้าง หรือ ราคาประเมินบ้านครับ
            ***ต้องลองยื่นเรื่องกับธนาคาร ดูนะครับ ^ ^

          • Amp says:

            ขอบคุณค่ะสำหรับ ข้อมูลที่ระเอียด และเข้าใจง่าย ^______^

          • AnanMoney says:

            ด้วยความยินดีครับ ^ ^

  2. เจี๊ยบ says:

    อายุจะครบ 35 เดือนนี้ค่ะ โดยจะขอยื่นกู้ซื้อคอนโด ราคา 2.2 ล้าน เงินเดือน 43,260 บ. ไม่มีหนี้สิน จะสามารถกู้ผ่านหรือเปล่าคะ เพราะต้องทำเรื่องกู้ในเดือนนี้ เนื่องจากที่คอนโดจัดงานเรื่องขอสินเชื่อราคาพิเศษค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

    • AnanMoney says:

      +จากอายุที่แจ้ง จะผ่อนได้ราวๆ 24 – 25 ปี ครับ
      +ถ้ากู้ได้เต็ม 100% วงเงิน 2.2 ลบ. คิดที่ระยะเวลาผ่อน 24 ปี ลองคำนวนดอกเบี้ยแบบเผื่อๆไว้ที่ 7% ต่อปี คาดว่าค่างวดจะราวๆ 16,xxx + – ครับ
      +จากรายได้ตามที่แจ้ง อีกทั้งไม่มีภาระผ่อนอะไร สามารถผ่อนค่างวดคอนโดได้สบายๆ สินเชื่อมีโอกาสผ่านครับ

  3. ann says:

    ผู้กู้อายุ 25 ยื่นกู้ซื้อบ้าน ราคา 2 ล้าน เงินเดือน 15000 คนกู้ร่วม เงินเดือน 9800 มีโอกาสผ่านมั๊ยคะ

    • AnanMoney says:

      +จากอายุที่แจ้ง ตามปกติ จะผ่อนได้ 30 ปี
      +ดูที่ค่างวดก่อนนะครับ ถ้าวงเงิน 2 ลบ. ผ่อน 30 ปี ลองคิดที่ดอกเบี้ยเผื่อไว้ราวๆ 7% ต่อปี ค่างวดจะราวๆ 14,000 + –
      +จากรายได้ที่แจ้ง ถึงแม้จะรวมกันแล้วมากกว่าค่างวด แต่คิดว่าสินเชื่อจะไม่ผ่าน หรือถ้าผ่าน วงเงินก็คงไม่ถึง 2 ลบ. ครับ เพราะถ้า คิดในกรณีที่ว่า ทั้ง 2 ท่าน ช่วยกันผ่อนคนละครึ่งของเงินเดือนตนเอง จะเท่ากับ 7500 + 4900 = 12,400 เท่านั้นซึ่งยังไม่พอกับค่างวดครับ
      +จากรายได้ที่แจ้ง และอ้างอิงกำลังผ่อนจากผู้กู้หลักที่มีรายได้เยอะกว่า ถ้ากันส่วนนึงไว้เป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัว ในแต่ละเดือนแล้ว น่าจะเหลือพอผ่อนบ้าน (กรณีไม่มีค่างวดอะไรอย่างอื่นเลย) ได้ราวๆ 7-9 พัน บาท/เดือน ซึ่งวงเงินที่พอเป็นไปได้ ก็น่าจะราวๆ 1 ลบ. – 1.3 ลบ. ครับ ค่างวด 7,xxx – 9 พันบาท/เดือน

      • ann says:

        ถ้ายื่นกู้เพิ่มอีกคนล่ะคะ อายุ 26 เงินเดือน 14000 มีค่ารถเดือนละ 7700 จะพอได้ไหม หรือถ้าเปลี่ยนสัญญารถเป็นของคนอื่นล่ะคะ จะพอได้หรือเปล่า

        • AnanMoney says:

          +คาดว่า จะไม่ได้ครับ เพราะเค้าเองก็มีภาระรถค่อนข้างสูง เกินครึ่งของเงินเดือนอยุ่แล้ว
          +และปกติที่ผ่านมา เท่าที่เห็นจะมีแค่เพียงกู้ร่วม กัน 2 คน ไม่เคยให้กู้ร่วมถึง 3 คน หนะครับ
          —————-
          +ส่วนตัวแล้วคิดว่าวงเงินทีพอเป็นไปได้ จากรายได้ที่แจ้ง (กรณีกู้ร่วม 2 ท่าน) ก็จะราวๆ 1 – 1.3 ลบ. นะครับ (ตามที่ได้แจ้งไว้ข้างต้น)
          +ถ้าคนเงินเดือน 14,000 (ไม่มีภาระอะไรแล้ว) กู้ร่วมกับคนที่เงินเดือน 15,000 (ไม่มีภาระอะไร) และถ้าช่วยกันผ่อน จริงๆ (กรณี สามี + ภรรยา / แฟน กู้ร่วมกัน ยังไงก็ต้องผ่อนช่วยกัน) โอกาสที่จะได้วงเงินสูงขึ้น 1.3 – 1.7 ลบ. ก็พอจะมีโอกาสครับ
          ——————-
          ***กรณีผู้กู้ร่วมเป็นญาติ พี่ น้อง ธนาคารอาจจะมีมุมมองอีกแบบ ไม่เหมือนกรณีกู้ร่วม กันกับแฟน / สามี/ภรรยา ครับ***

  4. นิรมล says:

    อยากซื้อบ้านที่อาศัยอยู่ค่ะ อายุ 37 ปี เงินเดือน 17050 บาท และมีเงินหมุนในบชอีก เดือนละ 20000-30000 บาทแต่ติดแบล็คลิส 2-3 ตัว ยอดประมาณ 120000 บาท ค่าเช่าบ้าน 2300 บาท ภาระหนี้ปกติอีก 5000 บาท ไม่มีสวัสดิการธอส. อยากทราบว่าจะสามารถกู้ผ่านหรือเปล่าค่ะ

    • AnanMoney says:

      +กรณีเคยชำระหนี้ล่าช้า ชำระไม่ทันงวด ค้างชำระ เราจะติดเครดิตบูโร และติดแบล็กลิสเฉพาะกับผู้ให้สินเชื่อรายนั้นๆ เท่านั้นครับ
      +แต่เนื่องจากการขอสินเชื่อของเรา ทุกๆสถาบันการเงินจะตรวจเครดิตบูโร เค้าก็จะเห็นประวัติการชำระหนี้ตลอด 36 เดือนที่ผ่านมาของเราทั้งหมดครับ ผลจะมี อยู่ 2 แบบดังนี้
      ——————
      1.)เคยค้างชำระ เคยชำระล่าช้า และยังไม่ได้ปิดบัญชีทั้งหมด ขาดการผ่อนส่งมานานมาก แบบนี้จะขอสินเชื่ออะไร ในชื่อตัวเองไม่ได้เลยครับ
      ——————
      2.)ถ้าเคยค้างชำระ เคยชำระล่าช้า แต่ได้ชำระหนี้ปิดบัญชี หรือได้กลับมาชำระเป็นปกติ/ชำระทันงวดปกติ และผ่อนต่อไม่เคยค้าง ไม่ช้าอีกเป็นเวลามาแล้ว ไม่น้อยกว่า 1-2 ปีขึ้นไป (แต่จริงๆแล้วต้องเกิน 3 ปี ครับ เพราะเครดิตบูโรจะแสดงผลย้อนหลัง 3 ปี) แบบนี้การขอสินเชื่อจึงจะพอมีโอกาสผ่าน ครับ
      ——————
      เพื่อสะสางปัญหา และสร้างประวัติเครดิตของเราใหม่ แนะนำติดต่อกับเจ้าหนี้เดิม และเคลียร์ภาระหนี้ ให้เรียบร้อยนะครับ

  5. ชลลดา says:

    รบกวนสอบถามหน่อยค่ะ ดิฉันอายุ 29 ปี ต้องการกู้ซื้อบ้านราคา 2 ล้าน มีค่าบัตรเครดิตประมาณ 1หมื่นบาท เงินเดือน 16,000 มีสิทธิ์สวัสดิการกับ ธอส. อยากทราบว่าจะผ่านไหมคะ รบกวนด้วยคะ

    • AnanMoney says:

      “ค่าบัตรเครดิตประมาณ 1 หมื่นบาท ”
      ไม่ทราบว่า หมายถึงยอดหนี้รวมที่มี แล้วผ่อนจ่ายยอดขั้นต่ำ เดือนละ พันกว่าบาท หรือหมายถึง ยอดที่ผ่อนจ่ายต่อเดือนครับ

  6. ต้นอ้อ says:

    ขอรบกวนสอบถามค่ะ ดิฉันอยากกู้เงินซื้อบ้าน ซึ่งราคาบ้าน 2ล้านสามแสน แต่ดิฉันมีเงินเดือน 12400 เคยติดเครดิตบูโร ซึ่งชำระหมดแล้ว มีสวัสดิการ ธอส. ยังงี้จะสามารถกู้ได้ประมาณเท่าไรคะ ขอบคุณมากค่ะ

    • AnanMoney says:

      @ เฉพาะประเด็น เรื่องประวัติเครดิต ก่อนละกันครับ
      *กรณีเคยมีประวัติการค้างชำระสินเชื่อ, ชำระไม่ตรงตามงวด จะทำให้เราติดเครดิตบูโร และจากปกติเครดิตบูโรจะแสดงประวัติการผ่อนชำระหนี้ของแต่ละท่านย้อนหลังถึง 36 เดือน ครับ ถึงแม้จะปิดไปแล้ว แต่ถ้ายังปิดบัญชีไปยังไม่เกิน 36 เดือน หรือ 3 ปี ธนาคารหรือสถาบันการเงิน ก็จะยังเห็นอยู่ครับว่า เราเคยค้าง เคยช้า ตอนไหน
      *ดังนั้นถ้าจะให้ดี ประวัติเครดิตจะเริ่มดีขึ้นมา ก็ต่อเมื่อได้ปิดบัญชี หรือชำระโปะให้ทันงวดปกติ ไปแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี ครับ
      ———————
      @ ไม่ได้แจ้งอายุให้ ทราบ ขอคาดว่าอายุยังไม่ถึง 30 ปี นะครับ ถ้าสินเชื่อผ่าน คงจะได้ผ่อนนานสุด 30 ปี ลองคำนวณค่างวดที่วงเงิน 2.30 ลบ. ผ่อน 30 ปี ลองคิดที่ดอกเบี้ยเผื่อๆไว้ที่ 7% ต่อปี ค่างวดจะราวๆ 16,000 บาท/เดือนครับ
      *จากรายได้ที่แจ้ง (ถ้ายังไม่คิดที่เรื่องประวัติเครดิต ดูที่กำลังผ่อนอย่างเดียว) เกรงว่าสินเชื่อจะไม่ผ่านครับ
      *จากรายได้ที่แจ้ง (ถ้ายังไม่คิดที่เรื่องประวัติเครดิต ดูที่กำลังผ่อนอย่างเดียว และกรณีไม่มีภาระผ่อนอะไรอย่างอื่น) รายได้ 12,400 ถ้าหัก คชจ.ส่วนตัว ในแต่ละเดือน น่าจะเหลือพอผ่อนสินเชื่อบ้านได้เพียงราวๆ 4-5 พัน ดังนั้นวงเงินที่พอจะเป็นไปได้ น่าจะราวๆ 5-7 แสนครับ
      ——————-

  7. วิมล says:

    -อายุ 35 อยากกู้ซื้อบ้านเพิ่มอีกหลัง 1.9ล้าน รายได้ประจำ 19000+โอที4000 บาท (โบนัสประจำปี 7+20000 เดือน)
    -กู้ร่วมกับภรรยา อายุ 36/ รายได้ 19000 บาท ไม่มีโอที
    -มีบุตรเพิ่งคลอดปีนี้ 1 คน
    รายจ่าย
    เงินกู้บ้าน ธอส 6500 บาท
    งวดรถ 9000 บาท
    จ่ายผ่อนสินค้าเฟิร์สชอยส์ เดือนละ 1500 บาท ประวัติดี****

    เงินเหลือสิทธิ ประมาณเดือนละ 22000 บาท
    สามารถกู้บ้านได้เต็มที่เท่าไหร่ หรือ ธนาคารจะอนุมัติไหมครับ

    • AnanMoney says:

      +จากอายุที่แจ้ง ปัดเศษเริ่มนับที่อายุ 36 ปี จะผ่อนได้ 24 ปี
      +ถ้าวงเงิน 1.9 ลบ. ผ่อน 24 ปี ลองคิดเผื่อๆที่ดอกเบี้ยประมาณ 7% ต่อปี ค่างวดจะประมาณ 14,xxx – 15,xxx + – ต่อเดือน
      +จากรายได้รวมทั้ง 2 ท่าน และยังมีภาระผ่อนบ้าน 1 หลัง และรถ เมื่อรวมกับค่างวดบ้านที่ประมาณการได้ข้างต้น เกรงว่าจะหนักไปครับ เกรงว่าสินเชื่อจะไม่ผ่าน หรือถ้าผ่าน วงเงินก็อาจจะได้เพียง 0.8 – 1.1 ลบ. ค่างวดราวๆ 8,3xx + –
      ———————–
      **ถ้าจะให้ดี และภาระไม่หนักจนเกินไป มีเงินเหลือใช้ แนะนำว่าควรให้ค่างวดรถ หมดก่อน ค่อยกู้ซื้อบ้าน (อีก 1 หลัง) ครับ **

  8. Sarawut says:

    สวัสดีครับ คือ ผม อายุ 23 ปี ทำงานบริษัทเอกชน(บริษัทลูกของธนาคารกสิกร)เงินเดือน 23,000 บาท ไม่มีหนี้สิ้นหรือผ่อนอะไร อยากกู้เงินสร้างบ้านให้พ่อแม่ (บนที่ดินตัวเองต่างจังหวัด)จากแบบแปลนบ้านที่ดูไว้ ค่าก่อสร้างประมาณ 1.6 ล้านบาท อยากกู้สัก 2 ล้านบาท (เผื่อตกแต่ง) ไม่ทราบว่าจะสามารถกู้ได้ไหมครับ รบกวนแนะนำด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

    • AnanMoney says:

      +เกรงว่าจะกู้ได้ เต็มที่เพียงประมาณ ค่าก่อสร้าง หนะครับ ส่วนเพิ่มอีก 4 แสน (เผื่อตกแต่ง /เครื่องใช้ /เฟอร์นิเจอร์) เกรงว่าธนาคารอาจจะไม่ได้สนับสนุนในส่วนนี้ครับ
      +ถ้าวงเงิน 1.6 ลบ. ผ่อน 30 ปี ลองคิดที่ดอกเบี้ย เผื่อๆไว้ที่ 7% ต่อปี ค่างวดจะราวๆ 11,000 + – ต่อเดือน จากรายได้ที่แจ้งมา และไม่มีภาระผ่อนอะไร สินเชื่อไม่น่ามีปัญหาครับ
      *กรณีทำงานในเครือธนาคาร แนะนำสอบถามฝ่ายบุคคล ของบริษัทเรานะครับว่ามีโปรโมชั่น ดอกเบี้ยพิเศษ สำหรับพนักงานหรือไม่
      *กรณีกู้ สร้างบ้าน ธนาคารคงจะไม่ได้ให้เบิกเงินกู้ครั้งเดียว หรือทีเดียวนะครับ คงจะกำหนดให้เบิกเงินกู้ ตามความคืบหน้า หรือมูลค่างานก่อสร้าง หนะครับ อาจจะต้องเตรียมเงินทุนส่วนตัวไว้ สำรองจ่าย ค่าวัสดุ ค่าช่าง ไปก่อน ครับ

  9. AnanMoney says:

    [[ด่วน]]กู้สินเชื่อบ้าน ธอส. “มีบ้าน มีสุข” ดอกเบี้ยเริ่มที่ 3.5%
    ยื่นเรื่องฯวันนี้ – 15 ส.ค. 2557
    See more at: http://ananmoney.com/ghbank-home-loan-happy-home-low-rate/#sthash.N2IC9u6h.dpuf

  10. Saly says:

    สวัสดีค่ะ รบกวนปรึกษานิดนึงค่ะ ต้องการซื้อบ้านทาวน์เฮ้าส์ราคา 1,300,00 บาท เป็นโครงการหมู่บ้าน ทำงานบริษัทฯ เอกชน ฐานเงินเดือน 15,000 บาท ค่าตำแหน่ง 500 บา และมีคอมมิชชั่นอีกเดือนนึง3000++อายุ 26 ปี มีหนี้บัตรเครดิตแต่ปิดแล้ว อยากทราบว่าถ้ากู้ซื้อบ้านกับธนาคาร จะผ่านมั้ยคะ เพราะจะกู้คนเดียว เนื่องจากแฟนทำงานอิสระ ไม่ได้ทำงานบริษัท่ฯ เป็นเงินเดือน

    ขอบคุณค่ะ

    • AnanMoney says:

      +ตอนนี้ไม่มีภาระผ่อนอะไร ใช่มั้ยครับ
      +จากอายุที่แจ้ง สามารถผ่อนได้นานถึง 30ปีครับ
      +ลองคิดที่วงเงิน 1.3 ลบ. ผ่อน 30 ปี คิดที่ดอกเบี้ยราวๆ 7% ต่อปี ค่างวดจะราวๆ 8,8xx – 9,0xx + -ต่อเดือนครับ จากรายได้รวมที่แจ้ง ถ้าไม่มีภาระผ่อนอะไร กู้คนเดียวพอมีโอกาสผ่านครับ
      +แนะนำว่าควรดาวน์อย่างน้อยซัก 10% หรือ 100,000 – 130,000 ครับ ที่เหลือ 1.17 – 1.2 ลบ. ค่อยกู้กับธนาคาร ถ้าตามนี้ค่างวดจะประมาณ 8,000 – 8,2xx + – ต่อเดือน สินเชื่อจะได้มีโอกาสผ่านง่ายขึ้นครับ

  11. somsak says:

    อยากทราบว่าถ้าเราจะกู้เงินซื้อที่ดินและปลูกบ้านด้วย จะได้วงเงินประมาณเท่าไหร่ ผมอายุ46 เงินเดือน19500 หักเงินกู้ธนาคารออมสิน 6400 ไม่มีภาระอะไร มีลูก1คน ส่วนภารยาอายุ33 ทำงานที่เดียวกันมัสวัสดิการ ธอส เงินเดือน12000 เหมือนกัน แต่ติดแบล็คลีส จะกูร่วมได้มั้ย ราคาที่ดิน600000บาท จะกูได้เต็มมั้ย แล้วบ้านสร้างราคา 900000 จะได้วงเงินเท่าไหร่คับ

    • AnanMoney says:

      *ถ้าจะกู้ซื้อที่ดิน+สร้างบ้านด้วย เกรงว่าจะไม่ได้ครับ
      *ปกติแล้วธนาคารจะไม่ให้เงินกู้ เพื่อซื้อที่ดิน ครับ // ส่วนใหญ่จะให้สินเชื่อเพื่อ ซื้อบ้านใหม่, ซื้อบ้านมือสอง หรือเพื่อสร้างบ้าน บนที่ดินตัวเอง (มีที่ดินอยู่แล้ว ขอสินเชื่อเฉพาะสร้างบ้าน) หนะครับ
      …..
      +แนะนำว่า ควรให้แฟน เคลียร์ภาระหนี้ที่ติดแบล็กลิส ให้เรียบร้อยก่อนครับ ปิดหนี้ทั้งหมด หรือชำระทบให้ทันงวดปกติ และผ่อนแบบไม่ค้างไม่ล่าช้าอีก เพื่อให้ประวัติเครดิต ดีขึ้นครับ ไม่น้อยกว่า 1-3 ปีครับ
      +ถ้าคุณ Somsak ปิดและเคลียร์ภาระสินเชื่อ ออมสิน หมดแล้ว และภรรยาเคลียร์/ปิดหนี้ที่มีปัญหาแล้ว แนะนำกู้ร่วมกัน และกู้ซื้อบ้านใหม่ เรื่องสินเชื่อ และขั้นตอนการดำเนินการ และการเบิกเงินกู้ จะง่ายกว่าการกู้เพื่อสร้างบ้าน ครับ

  12. kwan says:

    รบกวนสอบถามค่ะ
    อยากกู้เงินซ่อมแซมบ้าน วงเงินประมาณ 600000 บาท
    ตอนนี้ อานยุ 24 ปี รายได้ประมาณ 25000 บาท/เดือน หักประกันสังคม กองทุน สหกรณ์เหลือประมาณ 19000 บาท อยากสอบถาม
    1.การกู้เพื่อซ่อมบ้านจะต้องผ่อนชำระกี่ปี จะผ่อนชำระได้นานเท่าการผ่อนซื้อบ้านหรือป่าวค่ะ
    2.ต้องเสียดอกเบี้ยประมาณเท่าไหร่ อัตราดอกเบี้ยคิดยังไง ต้องผ่อนจ่ายเดือนประมาณเท่าไหร่

    • AnanMoney says:

      ขอสอบถามก่อนได้มั้ยครับว่า
      1.บ้านที่จะกู้ซ่อมแซม ติดจำนอง หรือค้ำประกันสินเชื่อ อยุ่หรือไม่ครับ
      2.บ้านที่จะกู้ซ่อมแซม สร้างอยู่บน โฉนด หรือ นส3ก./นส3 ครับ
      3.ผู้เป็นเจ้าบ้าน และเจ้าของโฉนดที่ดิน เป็นใคร คนเดียวกันมั้ยครับ
      ………………….
      คำตอบเบื้องต้นครับ
      1.จากวงเงินที่แจ้ง ถือว่าไม่ค่อยมากนัก อาจจะผ่อนได้ไม่ถึง 30 ปีครับ คาดว่าธนาคารจะกำหนดให้ผ่อนได้ราวๆ 10-20 ปี ครับ
      2.เรื่องดอกเบี้ยไม่ชัวร์ครับว่าเท่าไหร่ ขอคาดการณ์ว่าน่าจะราวๆ 7% – 9% ต่อปี น่าจะราวๆนี้ครับ
      *ถ้าวงเงิน 6 แสน ดอกเบี้ย 8% ผ่อน 15 ปี ค่างวดจะราวๆ 5,8xx + – หรือถ้า 20 ปี ก็น่าจะราวๆ 5,1xx + – ครับ

      • Kwan says:

        ตอบคำถามนะค่ะ.เป็นบ้านที่ไม่ได้ติดคำ้สินเชื้ออะไรค่ะ. สร้างบนพื้นที่โฉนดค่ะ ชื่อเจ้าบ้านคนละชื่อกับเจ้าของที่ดินค่ะ. ขอถามเพิ่มเติมนะค่ะ
        1อัตราดอกเบี้ยคงที่หรือลดตามเงินต้นค่ะ. แล้วแบบไหนดีกว่ากันค่ะหากเราต้องเลือก
        2 ต้องเตรียมเงินสำรองประมาณเท่าไหร่ค่ะ ค่าดำเนินการ อะไรต่างๆอะค่ะ

        • AnanMoney says:

          1.สินเชื่อบ้าน อัตราดอกเบี้ยธนาคารจะคิดแบบ effective rate หรือเรียกว่าดอกเบี้ยแบบลอยตัว อยู่แล้วครับ ซึ่งจะผันแปรไปตามที่ธนาคารประกาศ ครับ แต่ถ้าธนาคารมีโปรโมชั่น อาจจะกำหนดดอกเบี้ยคงที่ แบบพิเศษให้ในช่วง 1-2 ปีแรก ครับ
          *เช่น ถ้าดอกเบี้ย MRR = 6.975% ต่อปี (อัตราดอกเบี้ย อาจจะเพิ่มหรือลด ได้ตามที่ธนาคารประกาศ) เมื่อคิดดอกเบี้ยออกมาเป็นตัวเงิน (แต่อัตราก็จะตามที่ธนาคารประกาศ) จะลดลงตามจำนวนเงินต้นที่ลดลง ครับ
          **ยกตัวอย่างเช่น ถ้าดอกเบี้ย 6.975% ต่อปี ถ้ายอดหนี้เงินต้น 6 แสน เฉพาะดอกเบี้ยต่อเดือน = 600,000 x 6.975% x (30/365) = 3,439.73 บาท/เดือน
          **แต่ถ้าผ่อนไปเรื่อยๆ ยอดหนี้เงินต้นลดลง เหลือ 5 แสน เฉพาะดอกเบี้ยต่อเดือนก็จะลดลง = 500,000 x 6.975% x (30/365) = 2,866.44 บาท/เดือน
          **ธนาคารจะกำหนดค่างวด ที่ต้องผ่อนในแต่ละเดือน ให้พอตัดดอกเบี้ยทั้งหมดที่เกิดขึ้นในแต่ละเดือน ส่วนที่เหลือก็จะนำไปตัดเงินต้นครับ
          …………………………………….
          2.เรื่อง คชจ. ไม่ชัวร์ครับ ว่าจะเท่าไหร่ แต่เบื้องต้น ไม่ว่าสินเชื่อจะผ่านหรือไม่ เราก็ต้องจ่าย ค่าประเมินราคาหลักประกัน ก่อนครับ น่าจะราวๆ 3-5 พันบาท ถ้าสินเชื่อบ้านผ่าน จะมีใช้จ่ายเพิ่มมาอีก ดังนี้ครับ
          1.)ค่าจำนอง จ่าย สนง.ที่ดิน
          2.)ค่าบริการจำนอง จ่าย จนท.ของธนาคาร หรือบริษัทในเครือธนาคาร ที่พาเราไปทำนิติกรรมจำนองที่ สนง.ที่ดิน
          3.)ค่าธรรมเนียมเงินกู้
          4.)ค่าเบี้ยประกันภัยหลักประกัน
          5.)และอาจจะรวมถึงค่าเบี้ยประกันชีวิตคุ้มครองวงเงินกู้ อีกด้วยนะครับ
          **คชจ. ข้อ 1 – 5 คงต้องรบกวนให้สอบถามกับ จนท.ธนาคาร นะครับ**
          ……………………………………..
          +ถ้าบ้านไม่เก่า ไม่ทรุดโทรมมากนัก แนะนำเลี่ยงไปขอสินเชื่อแบบ “บ้านแลกเงิน” ขั้นตอนด้านสินเชื่อน่าจะง่ายกว่าครับ ถ้าสินเชื่อผ่าน จำนองบ้าน+ที่ดินเสร็จ ก็เบิกเงินกู้ทีเดียวออกมาเลย แล้วค่อยเอาไปใช้ในการซ่อมบ้านครับ
          **ธนาคารที่มีสินเชื่อบ้านแลกเงิน เช่น ไทยพาณิชย์ กสิกรไทย ธนชาต เป็นต้น
          **ถ้ากู้เพื่อซ่อมแซมบ้าน โดยตรง อาจจะยุ่งยากครับ เพราะต้องเตรียมเอกสารพวก ใบประมาณการค่าซ่อมแซมบ้าน หรือรวมถึงพวกแบบแปลนฯ , สัญญาจ้างซ่อมแซมบ้าน และในขั้นตอนการเบิกเงินกู้ ธนาคารอาจจะให้ทยอยเบิก เป็นคราวๆไปตามความคืบหน้าของงานซ่อมแซม หนะครับ
          ……………………………………..
          +ชื่อเจ้าบ้าน และเจ้าของโฉนด เป็นใคร ครับ ใช่คุณ kwan กับแฟน หรือไม่ครับ
          *ผู้กู้ และเจ้าของโฉนด+เจ้าบ้าน ควรเป็นคนเดียวกัน ถ้าไม่ใช่คนเดียวกัน ก็ต้องให้เจ้าของโฉนด+และรวมถึงเจ้าบ้าน มากู้ร่วมกับเรา ครับ

Leave a Comment