.

สินมั่นคงประกันภัย เปิดตัวแอพ SMK Drive safe save คืนไมล์ คืนเงิน และแอพ SMK Health ยิ่งก้าว เบี้ยยิ่งลด



สินมั่นคงประกันภัย พร้อมเปิดตัวนวัตกรรมล่าสุดบนสมาร์ทโฟน 2 แอปพลิเคชัน พร้อมกัน 1 เมษายนนี้ เพื่อส่งเสริมการขายและให้บริการแก่ลูกค้าประกันภัยรถยนต์และประกันสุขภาพ ภายใต้ชื่อ “SMK Drive safe & save” แอปพลิเคชันที่ช่วยให้ทราบถึงระยะทางเฉลี่ยในการใช้รถ หากขับน้อย เสี่ยงน้อย สามารถรับเบี้ยประกันคืนสูงสุด 15% และ “SMK Health” แอปพลิเคชันเพื่อคนรักสุขภาพ ที่จะช่วยส่งเสริมให้ลูกค้าดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง หากฟิตมาก ก้าวเดินมาก รับเบี้ยประกันคืนสูงสุด 10%

SMK Car Insurance, Health Insurance

คุณเรืองเดช ดุษฎีสุรพจน์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท สินมั่นคงประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทฯ ได้มีการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อสนับสนุนผลิตภัณฑ์ และการให้บริการสำหรับธุรกิจอย่างต่อเนื่อง อาทิ SMK Speed แอปพลิเคชันที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถจัดการเคลมรถยนต์ได้เองผ่านโทรศัพท์สมาร์ทโฟน ซึ่งยังคงใช้งานอยู่จนถึงปัจจุบัน และล่าสุดได้พัฒนาแอปพลิเคชันเพิ่มขึ้นอีก 2 แอปพลิเคชัน เพื่อส่งเสริมการให้บริการสำหรับลูกค้าประกันภัยรถยนต์และประกันสุขภาพ ภายใต้ชื่อ “SMK Drive safe & save” และ “SMK Health”

โดยบริษัทฯ ได้พัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อส่งเสริมการให้บริการสำหรับลูกค้าประกันภัยรถยนต์ “SMK Drive safe & save” ซึ่งได้มีการทดสอบการใช้งานมาตั้งแต่ปี 2559 และได้ต่อยอดแนวความคิดจากผลิตภัณฑ์ปัจจุบันที่มีอยู่ นั่นคือ ประกันรถยนต์ตามไมล์ ซึ่งเน้นเรื่อง ขับน้อย จ่ายน้อย ไม่จำเป็นต้องจ่ายแพงกว่าถ้าแต่ละวันขับไม่ไกล โดยนำมาผสมผสานกับเทคโนโลยีที่ช่วยวัดระยะทางในการขับรถได้อย่างแม่นยำ และใช้งานง่าย จึงเกิดเป็น SMK Drive safe & save ซึ่งแอปพลิเคชันตัวนี้จะช่วยวัดระยะทางในการขับขี่ของลูกค้าที่ทำประกันรถยนต์ตามไมล์ ให้ทราบถึงระยะทางเฉลี่ยในการใช้งานได้อย่างชัดเจน โดยระบบจะช่วยเก็บข้อมูลระยะทางการใช้รถผ่านสมาร์ทโฟน สามารถเปิดหรือปิดเองอัตโนมัติ ใช้ GPS เป็นตัวบันทึกและอุปกรณ์ Beacon จะช่วยให้การบันทึกแม่นยำขึ้น หากลูกค้าขับน้อย มีความเสี่ยงน้อยกว่า ก็ควรได้รับเบี้ยประกันที่ต่ำกว่าผู้ที่ขับมาก ภายใต้แนวคิด “คืนไมล์ คืนเงิน” โดยมีหลักเกณฑ์ดังนี้

1. ลูกค้าที่สามารถทำประกันรถยนต์ตามไมล์ได้ จะต้องเป็นลูกค้าที่ขับรถยนต์โดยเฉลี่ยไม่เกิน 70 กิโลเมตร/วัน หรือ 25,550 กิโลเมตร/ปี

2. การคืนเบี้ยประกัน บริษัทฯ จะคืนเบี้ยประกันให้กับลูกค้าที่ขับรถยนต์ 75% ของจำนวนวันทั้งปี

3. บริษัทฯ จะคืนเบี้ยประกันให้กับลูกค้าที่ขับเป็นระยะทางน้อยกว่า 70 กิโลเมตร/วัน โดยลูกค้าที่ขับน้อยลงทุก 10 กิโลเมตร/วัน จะได้รับเบี้ยประกันคืน 5% ลูกค้าสามารถรับเบี้ยประกันคืนสูงสุดได้ถึง 15%

4. ลูกค้าสามารถรับเบี้ยประกันคืน เป็นรางวัลจากการขับน้อยลง เมื่อครบอายุกรมธรรม์

นอกจากนี้ เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ลูกค้าใช้แอปพลิเคชัน และส่งเสริม Emotional Engagement กับลูกค้าให้มากขึ้น บริษัทฯ จึงได้เพิ่มบริการเสริมในแอปพลิเคชัน ให้ลูกค้าสามารถติดตามพฤติกรรมการขับรถของตนเองได้ด้วย

SMK Drive Safe n Save

ไม่เพียงแต่ประกันรถยนต์เท่านั้น บริษัทฯ ยังได้ศึกษานวัตกรรมในรูปแบบที่เป็นประโยชน์ เพื่อจะช่วยส่งเสริมการบริการให้แก่ลูกค้าในส่วนของประกันสุขภาพที่บริษัทฯ มุ่งเน้นด้วย เนื่องจากปัจจุบันเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทเป็นผู้ช่วยในการออกกำลังกายมากขึ้น และทุกอย่างง่ายอยู่บนสมาร์ทโฟนเพียงเครื่องเดียว จึงได้นำเอาแนวคิดนี้มาช่วยต่อยอดผลิตภัณฑ์ปัจจุบันที่มีอยู่ คือ ประกันสุขภาพตามฟิต ยิ่งฟิตมาก…เบี้ยประกันยิ่งลดมาก ซึ่งถือว่าสินมั่นคงประกันภัยเป็นบริษัทแรกที่ได้นำเสนอประกันสุขภาพตามฟิต ในลักษณะที่เน้นส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่ความคุ้มครองเป็นหลัก ดังนั้นแอปพลิเคชันตัวนี้จึงได้ถูกพัฒนาขึ้น เพื่อส่งเสริมการดูแลรักษาสุขภาพอย่างต่อเนื่อง โดยจะช่วยติดตามสถิติการก้าวเดินโดยอัตโนมัติ พร้อมบริการเสริมเพื่อควบคุมน้ำหนัก ติดตามผลการเผาผลาญแคลอรี่ และผลการรับประทานอาหาร ภายใต้ชื่อ “SMK Health “ ที่เปรียบเสมือนผู้ช่วยที่จะคอยกระตุ้นเตือนให้ลูกค้าหันมาดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง และสามารถทำตามเป้าหมายที่ตั้งใจได้ง่ายขึ้น ด้วยแนวคิด “ตามฟิต ตามก้าว ยิ่งก้าว เบี้ยยิ่งลด” ดังนั้นลูกค้าจึงสามารถรับเบี้ยประกันคืนได้ หากผลการออกกำลัง (ก้าวเดิน) เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยมีหลักเกณฑ์ในการคืนเบี้ยประกัน ดังนี้

1. หากลูกค้ามีสถิติก้าวเดินเฉลี่ย 3,000 ก้าว/วัน รับเบี้ยประกันคืน 5% เมื่อครบอายุกรมธรรม์

2. หากลูกค้ามีสถิติก้าวเดินเฉลี่ย 6,000 ก้าว/วัน รับเบี้ยประกันคืนสูงสุด 10% เมื่อครบอายุกรมธรรม์

SMK Health App

โดยมีกำหนดการจะเปิดให้ลูกค้าได้ใช้งานพร้อมกันทั้ง 2 แอปพลิเคชันในวันที่ 1 เมษายนนี้
บริษัทฯ ยังคงพยายามดึงนวัตกรรมมาสนับสนุนการพัฒนาสินค้าและบริการใหม่ๆ ให้ตอบโจทย์ลูกค้ามากยิ่งขึ้น ซึ่งมั่นใจว่าด้วยระบบต่างๆ ที่พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงแอปพลิเคชันล่าสุดนี้ จะช่วยส่งเสริมผลิตภัณฑ์ และตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมของบริษัทได้เป็นอย่างดี รวมถึงสามารถสนับสนุนการเติบโตของบริษัทได้อย่างยั่งยืนบนพื้นฐานความพึงพอใจของลูกค้าเป็นหลัก”

   
Like & Share This :

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.